วันนี้ศาลฯคดีทุจริตอ่านคำพิพากษาทุจริตเงินทอนวัดสำนวนแรก พิพากษาลงโทษจำคุก พระครูกิตติฯ เจ้าคณะอำเภอชนแดน ทุจริตเงินทอนวัดทางภาคเหนือ เป็นเวลา 39 ปี

อ่วมคุก 39 ปี "พระครูกิตติฯ" ฟอกเงินทอนวัด

อ่านข่าว อ่วมคุก 39 ปี "พระครูกิตติฯ" ฟอกเงินทอนวัด

ข่าว อ่วมคุก 39 ปี "พระครูกิตติฯ" ฟอกเงินทอนวัด

ข้อมูลอ่วมคุก 39 ปี "พระครูกิตติฯ" ฟอกเงินทอนวัด

ดูข่าว อ่วมคุก 39 ปี "พระครูกิตติฯ" ฟอกเงินทอนวัด
หาข่าว อ่วมคุก 39 ปี "พระครูกิตติฯ" ฟอกเงินทอนวัด
  • 2019-04-18 17:07:01 1 เดือนที่ผ่านมา
  • เปิดอ่าน 7,309
97
ถูกแชร์ทั้งหมด
วันนี้ศาลฯคดีทุจริตอ่านคำพิพากษาทุจริตเงินทอนวัดสำนวนแรก พิพากษาลงโทษจำคุก "พระครูกิตติฯ" เจ้าคณะอำเภอชนแดน ทุจริตเงินทอนวัดทางภาคเหนือ เป็นเวลา 39 ปี ทนายยื่นหลักทรัพย์ขอปล่อยตัวชั่วคราว แต่ศาลฯมีคำสั่งให้ส่งศาลอุทธรณ์พิจารณา คาดว่าต้องใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ จึงถูกจับสึกจากความเป็นพระ และส่งตัวเข้าเรือนจำ
ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อ่านคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุก "พระครูกิตติ พัชรคุณ" เจ้าคณะอำเภอชนแดน จ.เพชรบูรณ์ และเจ้าอาวาสวัดลาดแค หรือนายสมเกียรติ ขันทอง หรือ อายุ 55 ปี จำเลย ในความผิดฐานฟอกเงินโดยสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป รวมทั้งสิ้น 13 กระทง ให้จำคุกกระทงละ 3 ปี รวม 39 ปี แต่คำให้การเป็นประโยชน์ลดโทษให้เหลือจำคุก 26 ปี
กรณีที่ "พระครูกิตติ" ร่วมกับ "นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์" อดีต ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ พศ. ที่หลบหนี วางแผนยักย้าย-ถ่ายโอนเงินทอนวัดราว 24 ล้านบาทเศษ ที่ได้เบียดบังจากการทุจริตจัดสรรงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ที่เป็นเงินอุดหนุนให้ 12 วัด จำนวน 28 ล้านบาท เพื่อไปใช้บูรณะซ่อมแซมวัด หรือเพื่อโครงการศึกษาพระปริยัติธรรม หรือโครงการเผยแผ่กิจกรรมทางศาสนา
โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พวกจำเลยร่วมกันเบียดบังเงินส่วนที่ให้กับวัดในเขต จ.เพชรบูรณ์ , ตาก , นครสวรรค์ ด้วยการแบ่งส่วนเงินงบประมาณเพียงเล็กน้อยประมาณ 50,000 บาทถึงหลักแสนบาท จูงใจให้วัดยินยอมนำเงินงบประมาณฯ ที่จะถูกจัดสรรมาเข้าบัญชีวัด แล้วให้โอนคืนเงินนั้นกลับให้พวกตน โดยใช้บัญชีธนาคารของวัดเป็นเครื่องมือปกปิดอำพรางการกระทำความผิด ทำให้ดูเสมือนว่าเงินที่โอนและถอนออกจากบัญชีวัดเป็นเงินที่ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย ขณะที่เงินซึ่งถูกทอนมานั้นจะนำเข้าบัญชีหรือส่งมอบเป็นเงินสดให้แก่ "พระครูกิตติฯ" เพื่อรวบรวมมอบให้ "นายนพรัตน์" อดีต ผอ.พศ. อันเป็นการกระทำผิดฐานฟอกเงิน
ในการฟังคำพิพากษาวันนี้ "พระครูกิตติฯ" ยังอยู่ในสมณเพศ สวมจีวร ได้เดินทางมาพร้อมกับลูกศิษย์ประมาณ 5-6 คน ภายหลังศาลพิพากษาลงโทษจำคุกแล้ว ทนายความของพระครูกิตติฯ ยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัวพระครูกิตติ เพื่อออกมาต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์
ต่อมาศาลพิจารณาแล้วเห็นควรส่งเรื่องให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาคำสั่งต่อไป คาดว่า ศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งประกันตัวได้ภายในสัปดาห์หน้า ทำให้พระครูกิตติฯ ถูกสึกขาดจากความเป็นพระ และนำตัวไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพต่อไป
สำหรับ "พระครูกิตติฯ นั้น" ยังถูกอัยการฟ้องคดีอนาจารเด็กหญิง 3 คน อายุไม่เกิน 15 ปีฯ ซึ่งถูกล่อลวงไปยังกุฏิที่พักของ "อดีตพระครูกิตติ" เมื่อช่วงปี 2548-2549 ไว้ต่อศาลอาญา โดยศาลสืบพยานเสร็จสิ้นแล้วและนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 27 มิ.ย.นี้

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้
อ่วมคุก 39 ปี "พระครูกิตติฯ" ฟอกเงินทอนวัด

อีซี่บร๊านเชสเน็ตเวิร์ค จะช่วยแบ่งปันข่าวสารหรือเนื้อหาต่างๆของคุณกับเครื่อข่ายของอีซี่บร๊านเชสที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลก

ลงประกาศ
โฆษณาโดยอีซี่บร้านเซส