Thanawat Trivisvavet, Managing Director of CK Power Public Company Limited or CKP in SET, also the management of Xayaburi Hydroelectric Power Plant,

CKPower Confirms Xayaburi’s COD on Time, Ready to Sell 1,220 MW to EGAT End of October

อ่านข่าว CKPower Confirms Xayaburi’s COD on Time, Ready to Sell 1,220 MW to EGAT End of October

ข่าว CKPower Confirms Xayaburi’s COD on Time, Ready to Sell 1,220 MW to EGAT End of October

ข้อมูลCKPower Confirms Xayaburi’s COD on Time, Ready to Sell 1,220 MW to EGAT End of October

ดูข่าว CKPower Confirms Xayaburi’s COD on Time, Ready to Sell 1,220 MW to EGAT End of October
หาข่าว CKPower Confirms Xayaburi’s COD on Time, Ready to Sell 1,220 MW to EGAT End of October
  • 2019-10-08 15:45:01 5 เดือนที่ผ่านมา
  • เปิดอ่าน 7,985
          Thanawat Trivisvavet, Managing Director of CK Power Public Company Limited or CKP in SET, also the management of Xayaburi Hydroelectric Power Plant, confirms that Electricity Generating Authority of Thailand (EGAT) has issued the Certificate of Readiness for Operation since the 1st of October for the 7 units of the turbine generator after several important tests to assure the reliability and stability of electricity generation have been completed. Xayaburi has been generating and supplying clean electricity to EGAT since April 2019 when the first unit came into operation and continues to increase the generating capacity after subsequent units each received certification for unit operation. With all 7 units passing global test run and receiving the Certificate of Readiness for Operation, this important event marks the confirmation of the official Commercial Operation Date (COD) at the end of October 2019.
          Xayaburi Hydroelectric Power Plant is the very first "Run of River" power plant on the lower Mekong River located in Lao PDR. Xayaburi HPP started the construction in 2012 and come to 99.86% within 8 years of construction period. The total capacity of 1285 MW are from 7 units of 175 MW turbine generator sending 1220 MW of electricity to Thailand via 500 KV transmission line from The Li, Loei Province and the baby unit of turbine generator sending 60 MW to Electricite du Lao via 115 KV transmission line in Lao PDR.
          EGAT has purchased electricity from Xayaburi Hydropower Plant after the series of strict individual and joint tests to make sure that all turbines from Xayaburi HPP can provide electricity with rigid stability and reliability to EGAT's power grid. As a large hydroelectric power plant of 1285 MW, Xayaburi HPP can instantly serve as a power supply within a very short period of time to stabilise the power shortage during daily peak or an emergency outage from neighbouring power plants. With this flexibility, Xayaburi HPP can be very adaptive when it comes to generating electricity from various levels of flow from different seasons of the Mekong River. In addition to this flexibility from being a run-of-river power plant, the electricity is generated according to the strict operating principle of maintaining the inflow equal to the outflow at all time. This operating principle can mitigate social concern toward the downstream of Xayaburi Hydroelectric Power Plant.
          Not only does Thanawat deliver his commitment to achieve Commercial Operation Date of Xayaburi HPP in October 2019, he also emphasizes on his vision to maintain the balance of business return and long-term sustainability for all investments of CKPower. All current power plants including the future ones of CKpower must generate fair return to all stakeholders in sustainable way. From the incredible 19,400 Baht environmental mitigation measures of Xayaburi HPP which result in technologically advanced, world class fish passing facilities, 11 spillways that can discharge possible maximum flood of the Mekong River and structural strength that can withstand 10,000 years return period earthquake, 
          the Xayaburi HPP will set the standard for power plant development on the Mekong mainstream as the first, the largest and the most environmentally and socially sustainable power plant on the lower Mekong River.

          About CKPower: CK Power Public Company Limited (CKPower or CKP) engages in production and sales of electricity generated from three types of energy. The Company owns in 13 projects with the total installed capacity of 2,167 MW, consisting of two hydroelectric power projects, namely the Nam Ngum 2 Hydroelectric Power Plant with 615 MW installed capacity, operated by Nam Ngum 2 Power Limited (46% owned by CKP through its shareholding in SouthEast Asia Energy Limited) and the under-construction Xayaburi Hydroelectric Power Plant with 1,285 MW installed capacity, operated by Xayaburi Power Company Limited (37.5% owned); two cogeneration power projects, operated by Bangpa-in Cogeneration Limited (65% owned); and nine solar power projects, 7 of which are under Bangkhenchai Company Limited (100% owned) with total installed capacity of 15 MW, one solar power plant with 8 MW installed capacity under Chiang Rai Solar Limited (30% owned) and one solar power plant with 6 MW installed capacity under Nakhon Ratchasima Solar Limited (30% owned).

CKPower Confirms Xayaburi’s COD on Time, Ready to Sell 1,220 MW to EGAT End of October

สถานการณ์การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในรอบ 8 เดือนของปี 2562 (มกราคม – สิงหาคม 2562)

          ภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยต่อวันในรอบ 8 เดือนของปี 2562 (มกราคม – สิงหาคม 2562) เติบโตขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 โดยกลุ่มน้ำมันเบนซิน เพิ่มขึ้น 3.9% กลุ่มดีเซลหมุนเร็ว เพิ่มขึ้น 1.7% น้ำมัน อากาศยานเจทเอ1 เพิ่มขึ้น 0.1% และ LPG เพิ่มขึ้น 1.2% ในขณะที่ NGV ลดลง 11.1%
          การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน เฉลี่ยอยู่ที่ 32.12 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนคิดเป็น 3.9% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นของน้ำมันกลุ่มเบนซินเกือบทุกชนิดยกเว้นน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ 91 โดยน้ำมันเบนซินมีการใช้ลดลงเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 0.98 ล้านลิตร/วัน คิดเป็นอัตราลดลง 12.5% สำหรับภาพรวมการใช้น้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์มีปริมาณการใช้เพิ่มขึ้นจาก ช่วงเดียวกันของปีก่อน เฉลี่ยอยู่ที่ 31.14 ล้านลิตร/วัน คิดเป็น 4.5% โดยแก๊สโซฮอล์อี 20 มีปริมาณการใช้เพิ่มขึ้นมากที่สุด อยู่ที่ 6.46 ล้านลิตร/วัน คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 13.5% เนื่องจากมีราคาต่ำกว่าแก๊สโซฮอล์ 95 เฉลี่ยอยู่ที่ 2.97 บาท/ลิตร จึงจูงใจให้ผู้บริโภคหันมาใช้เพิ่มขึ้น รองลงมาเป็น แก๊สโซฮอล์ อี85 มีปริมาณการใช้ เฉลี่ยอยู่ที่ 1.29 ล้านลิตร/วัน คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 11.8% แก๊สโซฮอล์ 95 มีปริมาณการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ 13.79 ล้านลิตร/วัน คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 7.3% ในขณะที่แก๊สโซฮออล์ 91 มีปริมาณการใช้ที่ลดลงเฉลี่ยอยู่ที่ 9.60 ล้านลิตร/วัน คิดเป็นอัตราลดลง 5.0% เนื่องจากราคาแก๊สโซฮอล์ 91 และแก๊สโซฮอล์ 95 ใกล้เคียงกันโดยมีส่วนต่างเพียง 0.27 บาท/ลิตร จึงทำให้ผู้บริโภคเลือกใช้น้ำมันชนิดที่มีค่าออกเทนสูงกว่า
          การใช้กลุ่มน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว เฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 64.92 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนคิดเป็น 1.7% โดยน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา (บี7) มีปริมาณการใช้ลดลงเฉลี่ยอยู่ที่ 62.13 ล้านลิตร/วัน คิดเป็นอัตราลดลง 2.6% น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี10 มีปริมาณการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ 0.005 ล้านลิตร/วัน (เริ่มมีการจำหน่ายปลายเดือนพ.ค.62 และในเดือนส.ค. 62 มีการใช้อยู่ที่ 0.39 ล้านลิตร) และน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี20 มีปริมาณการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ 2.78 ล้านลิตร/วัน (เริ่มมีการจำหน่ายตั้งแต่เดือน ก.ค.61) โดยการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็วบี10 และบี20 ภาครัฐได้ใช้มาตรการกำหนดส่วนต่างราคาขายปลีกให้ถูกกว่าดีเซลหมุนเร็วธรรมดา (บี7) อยู่ที่ 1 และ 5 บาท/ลิตร ตามลำดับ
          การใช้น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) เฉลี่ยอยู่ที่ 19.30 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 0.1%
การใช้ LPG เฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 17.97 ล้านกก./วัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนคิดเป็น 1.2% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นของการใช้ภาคปิโตรเคมี มีปริมาณการใช้เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 7.50 ล้านกก./วัน คิดเป็น 12.1% สำหรับการใช้ในสาขาอื่นๆ มีปริมาณการใช้ลดลง โดยภาคครัวเรือน มีปริมาณการใช้อยู่ที่ 5.79 ล้านกก./วัน คิดเป็น 2.3% ภาคอุตสาหกรรม มีปริมาณการใช้อยู่ที่ 1.81 ล้านกก./วัน คิดเป็น 3.4% และภาคขนส่งลดลงมากที่สุด มีปริมาณการใช้อยู่ที่ 2.87 ล้านกก./วัน คิดเป็น 12.0%
          การใช้ NGV เฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 5.55 ล้านกก./วัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 11.1% โดยการใช้ NGV ลดลงเนื่องจากมีการปรับราคา NGV สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไปให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ประกอบกับนโยบายส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี20 สำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ ทำให้ประชาชนและรถบรรทุกสินค้าหันไปใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์และดีเซลหมุนเร็วบี 20 ทดแทน ส่งผลให้สถานีบริการ NGV นอกแนวท่อทยอยปิดตัวลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
          การนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง มีปริมาณนำเข้ารวมลดลง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบเฉลี่ย 8 เดือน อยู่ที่ 916 พันบาร์เรล/วัน คิดเป็นอัตราลดลง 5.0% โดยมีมูลค่าการนำเข้าน้ำมันดิบคิดเป็น 59,648 ล้านบาท/เดือน สำหรับน้ำมันสำเร็จรูปมีปริมาณนำเข้าเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 80 พันบาร์เรล/วัน คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 23.1% และมีมูลค่าการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปอยู่ที่ 5,270 ล้านบาท/เดือน สำหรับการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของ ปีก่อน พบว่า มีการนำเข้าน้ำมันเบนซิน ดีเซลพื้นฐาน น้ำมันเตา และน้ำมันอากาศยานเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่มีการนำเข้า LPG ลดลง เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวมีการหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่นและ Emergency Shutdown ทำให้ต้องลดปริมาณการนำน้ำมันดิบเข้ากลั่นกระทบต่อปริมาณการผลิตของผลิตภัณฑ์ทุกชนิดรวมถึง LPG ด้วย ทำให้ต้องมีการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป เพื่อไม่ให้กระทบต่อความต้องการใช้ในประเทศ
          การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปี 2561 อยู่ที่ 166 พันบาร์เรล/วัน คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 18.6% โดยมีมูลค่าการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปเฉลี่ย 11,283 ล้านบาท/เดือน โดยพบว่า มีการส่งออกน้ำมันเบนซิน ดีเซลพื้นฐานน้ำมันเตา และ LPG ลดลง ในขณะที่มีการส่งออกน้ำมันอากาศยานและก๊าดเพิ่มขึ้น


CHOW ขายไฟในญี่ปุ่นเพิ่มอีก 7.2 MW หนุนรายได้ธุรกิจพลังงานโตต่อเนื่อง

           CHOW เผย โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น COD เพิ่มอีก 1 โครงการ ขนาด 7.2 เมกะวัตต์ (DC) มั่นใจหนุนรายได้ในกลุ่มพลังงานเติบโตต่อเนื่อง
          นายศุภชัย ยิ้มสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและบริหาร บริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ จำกัด (มหาชน) หรือ CHOW ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล็กแท่งยาว (Steel Billet) รายใหญ่ของประเทศที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และธุรกิจพลังงานทดแทนประเภทพลังงานแสงอาทิตย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) ในประเทศญี่ปุ่นว่า โครงการโรงไฟฟ้าโอโมริ (Aomori) ขนาดกำลังการผลิต 7.2 เมกะวัตต์ ได้ขายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date: COD) กับการไฟฟ้าญี่ปุ่น เพิ่มอีก 1 โครงการ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งจะสนับสนุนให้รายได้จากกลุ่มธุรกิจพลังงานเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
          ปัจจุบัน CHOW มีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่จำหน่ายไฟเข้าระบบแล้ว 67.12 เมกะวัตต์ และมีเป้าหมายจะพัฒนาให้ครบ 500 เมกะวัตต์ ภายในเวลา 5 ปี ตามนโยบายที่วางไว้ โดยหลังจากนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งขยายธุรกิจพลังงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสานต่อปณิธานของคณะกรรมการบริษัทฯ ที่ต้องการลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพ ก่อให้เกิดรายได้และกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ ซึ่งสนับสนุนให้ผลประกอบการของ CHOW เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและมั่นคงในอนาคต สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว
โฆษณาเว็บไซต์ - ผู้เข้าชม

อีซี่บร๊านเชสเน็ตเวิร์ค จะช่วยแบ่งปันข่าวสารหรือเนื้อหาต่างๆของคุณกับเครื่อข่ายของอีซี่บร๊านเชสที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลก

Agency Sign-up Fill in the form and our consultants will contact you as soon as possible in order to give you all the information you need to sale, rent Your real estate, propertyนิตยสาร Sea Yachting ค้นพบโลกพิเศษของเรือยอชท์สุดหรูด้วยการออกแบบที่เหนือชั้นความสะดวกสบายและสไตล์รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เป็นกฎหมายลำดับศักดิ์สูงสุดแห่งราชอาณาจักรไทย กฎหมายอื่นใดจะขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญไม่ได้ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบการปกครองของประเทศ ซึ่งตั้งแต่ พ.ศ. 2475 ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญแล้วทั้งสิ้น 20 ฉบับ รัฐธรรมนูญฉบสายการบินอินโดนีเซียเจ้าแรกที่เข้าร่วมกับ SkyTeam ค้นพบความมหัศจรรย์ของหาดจอมเทียนเมืองพัทยาประเทศไทย จอมเทียนซีไซด์เฮาส์ให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการที่หลากหลายแก่แขกของเราเพื่อการพักที่น่าจดจำในราคาที่สมเหตุสมผลDealer for New Exclusive Super Sport Cars Direct Delivery