การเลี้ยงดูลูกในยุคดิจิทัลท่ามกลางข้อมูลข่าวสารรอบตัวและการเชื่อมต่อแบบไร้พรมแดน แถมสังคมยังมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเป็นโจทย์ที่ท้าทายคุณพ่อคุณแม

กุมารแพทย์แนะเทคนิคพ่อแม่ 4.0 เลี้ยงลูกยุคดิจิทัล สมองดี โตไปไม่ติดจอ

อ่านข่าว กุมารแพทย์แนะเทคนิคพ่อแม่ 4.0 เลี้ยงลูกยุคดิจิทัล สมองดี โตไปไม่ติดจอ

ข่าว กุมารแพทย์แนะเทคนิคพ่อแม่ 4.0 เลี้ยงลูกยุคดิจิทัล สมองดี โตไปไม่ติดจอ

ข้อมูลกุมารแพทย์แนะเทคนิคพ่อแม่ 4.0 เลี้ยงลูกยุคดิจิทัล สมองดี โตไปไม่ติดจอ

ดูข่าว กุมารแพทย์แนะเทคนิคพ่อแม่ 4.0 เลี้ยงลูกยุคดิจิทัล สมองดี โตไปไม่ติดจอ
หาข่าว กุมารแพทย์แนะเทคนิคพ่อแม่ 4.0 เลี้ยงลูกยุคดิจิทัล สมองดี โตไปไม่ติดจอ
  • 2019-01-10 15:55:03 14 วันที่ผ่านมา
  • เปิดอ่าน 6,249
71
ถูกแชร์ทั้งหมด
          การเลี้ยงดูลูกในยุคดิจิทัลท่ามกลางข้อมูลข่าวสารรอบตัวและการเชื่อมต่อแบบไร้พรมแดน แถมสังคมยังมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเป็นโจทย์ที่ท้าทายคุณพ่อคุณแม่อยู่ไม่น้อย ลองมาดูคำแนะนำของ นพ.พรเทพ สวนดอก กุมารแพทย์ โรงพยาบาลกรุงเทพ เพื่อไขเคล็ดลับสู่พัฒนาการที่สมวัยเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ 
          นพ.พรเทพ สวนดอก กุมารแพทย์ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวถึงการเลี้ยงลูกในปัจจุบันว่า สังคมมีการเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยีที่อยู่ใกล้ตัวเด็ก ๆ และเข้าถึงทุกคนมากขึ้น ดังนั้นการเลี้ยงดูแบบไม่ปิดกั้นเทคโนโลยีโดยที่ลูกไม่มีพฤติกรรมติดจอ คุณพ่อคุณแม่จะต้องนำเทคโนโลยีมาใช้เสริมสร้างการเรียนรู้ให้ลูกอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมตามวัย ดังนี้ 
          2 ขวบปีแรกเน้นสื่อสารแบบอินเตอร์แอคทีฟ (Interactive Communication)
พ่อแม่ควรเลือกใช้สื่อที่สามารถเล่นด้วยกันกับลูก อาทิ สมุดภาพ ของเล่นที่มีเสียง เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวและพัฒนาการพื้นฐานตามช่วงวัย ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ประกอบด้วย "พัฒนาการด้านภาษา" ตั้งแต่แรกเกิด พ่อแม่สามารถชวนลูกพูดคุย ร้องเพลง เพื่อให้เด็กมีพัฒนาการการฟังและการเปล่งเสียงอ้อแอ้จนถึงพัฒนาการพูดประโยคที่ยาวและมีความซับซ้อนขึ้น "พัฒนาการด้านร่างกาย" ตั้งแต่ฝึกใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กสัมผัสร่างกายของพ่อแม่ จับขวดนม ใช้ช้อนตักข้าว ต่อบล็อก ขีดเขียนหนังสือ จนถึงการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ในการชันคอ พลิกคว่ำ คลาน ยืนและเดิน 
          สำหรับการนำเทคโนโลยีมาเลี้ยงดูเด็กในวัยที่มีอายุน้อยกว่า 2 ขวบเป็นสิ่งที่ไม่แนะนำหรือถ้าจะใช้เป็นเครื่องมือในการดึงดูดความสนใจของลูกน้อยควรจะเป็นระยะเวลาสั้น ๆ และมีผู้ใหญ่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด อาทิ การเปิดการ์ตูนในยูทูปให้เด็กดูตลอดเวลา ซึ่งเด็กในวัยนี้ยังไม่สามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองจึงมีผลต่อพัฒนาการทางด้านภาษา ทำให้เด็กพูดช้า ขาดการโต้ตอบ ซึ่งหากมีการสะสมเรื้อรังจะยิ่งส่งผลต่อพัฒนาการทางความคิดและพัฒนาการตามวัย ทำให้พัฒนาการช้ากว่าวัย มีแนวโน้มแยกตัวจากโลกภายนอกหรือมีพฤติกรรมที่ไม่รู้จักการรอเป็นเด็กสมาธิสั้นได้ 
          2 ปีขึ้นไปจนถึงเด็กโต ไม่ควรปล่อยให้อยู่หน้าจอตามลำพัง
          การนำสื่อดิจิทัลมาเสริมการเลี้ยงลูกไม่ควรปล่อยให้เด็กอยู่หน้าจอเป็นชั่วโมง อาทิ เด็กอายุ 2-5 ปีควรใช้เวลาอยู่หน้าจอวันละไม่เกิน 1 ชั่วโมง เพราะทำให้ขาดการเคลื่อนไหวหรือออกกำลังกายที่เหมาะสมตามวัย มีแนวโน้มเป็นโรคอ้วนได้และไม่ควรปล่อยให้เด็กอยู่หน้าจอตามลำพัง เช่นเดียวกับเด็กโตที่เริ่มคิดอย่างมีเหตุผล แต่ยังขาดการคิดไตร่ตรองแบบผู้ใหญ่ ผู้ปกครองจึงต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อสามารถให้คำแนะนำและคัดกรองสื่อ โดยเฉพาะการจำกัดสื่อที่มีการใช้ความรุนแรง 
          "ครอบครัว" หัวใจสำคัญในการพัฒนาเด็กให้มีคุณภาพ 
          นพ.พรเทพ กล่าวเพิ่มเติมว่า ครอบครัวมีส่วนสำคัญที่สุดในการสร้างพื้นฐานการเรียนรู้ที่ดีและเสริมสร้างพัฒนาเด็กให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ด้วยการทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิ การออกกำลังกาย ทานอาหารพร้อมหน้ากัน ทำกิจกรรมนอกบ้าน ขณะเดียวกันควรสังเกตว่าลูกมีความชอบหรือเก่งด้านไหน พร้อมสนับสนุนให้เก่งยิ่งขึ้นหรือชื่นชมเพื่อให้เด็กเกิดความภาคภูมิใจในตนเองและกล้าแสดงออกในขอบเขตที่เหมาะสม 
          การทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างพ่อแม่ลูกจึงเป็นการช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ภายในครอบครัวให้แนบแน่น สร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้ลูกท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสังคมยุคดิจิทัล โดยช่วงวันเด็กแห่งชาติเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้พาเด็ก ๆ ออกไปสัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้นอกห้องเรียน ซึ่งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจัดขึ้นในหลายสถานที่ 
          สำหรับศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จัดกิจกรรม MBK CENTER CHILDREN'S DAY FUTURE IS YOURS เพื่อให้น้อง ๆ หนู ๆ ได้กล้าแสดงออกและพัฒนาการความคิดสร้างสรรค์ พร้อมมอบความสุขผ่านสารพันความบันเทิงสุดไฮเทค พร้อมการประกวดเดินแฟชั่นโชว์ภายใต้คอนเซปต์ "เด็กไทย 2019 มุ่งสู่ยุค Digital" ชิงรางวัลมูลค่ารวมกว่า 20,000 บาท นอกจากนี้ยังชวนมาร่วมกันบริจาคตุ๊กตาและของเล่นภายในงาน เพื่อส่งต่อความสุขให้กับเด็กกำพร้าใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในวันที่ 12 มกราคม 2562 บริเวณชั้น 5 โซน D (Outlet In Town)
 
 
 

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้
กุมารแพทย์แนะเทคนิคพ่อแม่ 4.0 เลี้ยงลูกยุคดิจิทัล สมองดี โตไปไม่ติดจอ

อีซี่บร๊านเชสเน็ตเวิร์ค จะช่วยแบ่งปันข่าวสารหรือเนื้อหาต่างๆของคุณกับเครื่อข่ายของอีซี่บร๊านเชสที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลก

ลงประกาศ
โฆษณาโดยอีซี่บร้านเซส