สุดฮือฮา ..ลูกควายที่เกิดจากพ่อพันธุ์ “เจ้าเก้าเจริญ” ควายไทยรูปหล่อที่สุดของบิ๊กไอซ์ฟาร์มควายไทย สร้างประวัติศาสตร์ขายลูกควายตัวเมียและตัวผุ้ที่คลอด
ฮือฮา..บิ๊กไอซ์ฟาร์มขายลูกควายไทยสองตัวในราคาตัวละ 1,090,000 บาท

ฮือฮา..บิ๊กไอซ์ฟาร์มขายลูกควายไทยสองตัวในราคาตัวละ 1,090,000 บาท

อ่านข่าว ฮือฮา..บิ๊กไอซ์ฟาร์มขายลูกควายไทยสองตัวในราคาตัวละ 1,090,000 บาท

ข่าว ฮือฮา..บิ๊กไอซ์ฟาร์มขายลูกควายไทยสองตัวในราคาตัวละ 1,090,000 บาท

ข้อมูลฮือฮา..บิ๊กไอซ์ฟาร์มขายลูกควายไทยสองตัวในราคาตัวละ 1,090,000 บาท

ดูข่าว ฮือฮา..บิ๊กไอซ์ฟาร์มขายลูกควายไทยสองตัวในราคาตัวละ 1,090,000 บาท
หาข่าว ฮือฮา..บิ๊กไอซ์ฟาร์มขายลูกควายไทยสองตัวในราคาตัวละ 1,090,000 บาท
  • 2020-01-24 10:45:02 24 วันที่ผ่านมา
  • เปิดอ่าน 9,611
181
ถูกแชร์ทั้งหมด

วันที่ 24 มกราคม 2563  ที่บิ๊กไอซ์ฟาร์มควายไทย หมู่ 1 ต.ทับยายเชียง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก นายสมบัติ ทำละเอียด เจ้าของบิ๊กไอซ์ฟาร์มควายไทย  เปิดเผยว่า เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมาได้มีลูกค้ามาเยี่ยมชมฟาร์มและเห็นว่า ลูกควาย 2 ตัว ที่เพิ่งคลอดมาได้เพียง 10 วัน คือ น้องขวัญใจ และ น้องมหาชน เป็นลูกควายไทยที่มีลักษณะดี ขนสีทอง จึงได้เจรจาเพื่อขอซื้อลูกควายทั้ง 2 ตัวไป  โดยลูกควายทั้ง 2 ตัว เกิดจากพ่อพันธุ์ เจ้าเก้าเจริญ  เป็นควายไทยรูปหล่อที่สุดของประเทศไทยเมื่อปี 2562  น้ำหนักตัว 1,400 กิโลกรัม ซึ่งมีค่าตัวสูงถึง 20 ล้านบาท และเจ้าของไม่ยอมขายให้ใคร  โดยลูกควายตัวแรก เกิดจากพ่อพันธุ์ เจ้าเก้าเจริญกับแม่พันธุ์เนื้อทอง ซึ่งคลอดลูกเป็นตัวเมียมีชื่อว่า “น้องขวัญใจ”  ส่วนลูกควายอีกตัวเป็นตัวผู้ที่เกิดจากพ่อพันธุ์เจ้าเก้าเจริญกับแม่พันธุ์ ถุงทอง ได้ลูกชื่อว่า “น้องมหาชน”

นายสมบัติ กล่าวว่า สำหรับผู้ที่ซื้อไปไม่ถือว่าเป็นเกษตรกร  แต่เป็นคนทำหมู่บ้านจัดสรร ที่มีความชื่นชอบควายไทยตั้งแต่เด็ก มีความตั้งใจและมีความสนใจที่จะอนุรักษ์ควายไทยให้ยั่งยืน เมื่อลูกค้ามีความสนใจทาบทามเพื่อขอซื้อลูกชายทั้ง 2 ตัว ตนได้ปรึกษากับครอบครัวก่อนตัดสินใจแบ่งลูกควายทั้ง 2 ตัวให้  โดยถ้าแบ่งได้อยากได้บุตรหรือหลานแต่ละตัว ส่วนราคาจะให้เท่าไหร่ก็แล้วแต่คนซื้อ  ปรากฏว่าคนซื้อเสนอให้ราคามาในราคาตัวละ 1,090,000 บาท  นับว่าราคาค่อนข้างสูง และเป็นประวัติศาสตร์ของลูกควายไทยที่ตัวเล็กอายุเพียง 10 กว่าวัน  แต่มีราคาตัวค่าตัวถึงล้านกว่าบาท หลังจากนี้ทางฟาร์มยังคงเลี้ยงดู “น้องขวัญใจ”และ “น้องมหาชน”ต่ออีก 10-12 เดือน ก่อนส่งมอบให้กับลูกค้

สำหรับราคาควายไทย มีทุกราคา ราคาระดับรากหญ้า 30,000  บาท ถึง 50,000 บาท หรือ ราคาหลักแสนบาท ซึ่งราคาขายควายไทยเป็นราคาที่ตั้งขึ้นเอง ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้ขายและผู้ซื้อ  แต่ปัจจุบันยอมรับว่าราคาควายมีราคาค่อนข้างสูง  ส่วนเกษตรกรรายใด ที่มีปัจจัยน้อยต้องการสายพันธุ์ควายไทยที่ดี ก็สามารถซื้อน้ำเชื้อพ่อพันธุ์ เพื่อไปต่อยอดพัฒนาสายพันธุ์ได้  โดยน้ำเชื้อ ของ “เจ้าเก้าเจริญ” ที่ บิ๊กไอซ์ฟาร์มควายไทย มีจำหน่ายในราคาชุดละ 500 บาท ส่วนราคาสูงสุดของควายในฟาร์มที่เคยขาย เคยขายได้ถึงตัวละ 6,300,000 บาท ซึ่งระยะเวลาการเลี้ยงควายไทยต้องใช้เวลา 2-3 ปีจึงจะสามารถขายได้ โดยต้นทุนค่าอาหารไม่สูงมาก อยู่ที่ตัวละ 2-3 หมื่นบาท แต่หากพื้นที่ใดมีทุ่งหญ้าไห้ควายได้แทะเล็ม ก็จะสามารถประหยัดค่าอาหารลงได้มาก

นายสมบัติ กล่าวว่า สำหรับตลาดควายไทยเมื่อปีที่ผ่านมา มียอดการสั่งจองค่อนข้างเยอะเกษตรกรรายใหม่หันมาเลี้ยงควายไทยเพิ่มมากขึ้น มีการสั่งซื้อควายไทยส่งไปยังต่างประเทศ  ภาพรวมตลาดควายไทยทั้งประเทศค่อนข้างดี มีจำนวนควายไทยมากกว่าล้านตัว   แต่สำหรับบิ๊กไอซ์ฟาร์มควายไทย ปัจจุบันมีการเลี้ยงควายเหลือเพียง 110 ตัว ถือว่าน้อยกว่าเพราะช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมา ที่มีการเลี้ยงควายมากถึง 275 ตัว สาเหตุที่มีจำนวนลดลง เนื่องจากสภาพพื้นที่ฟาร์มค่อนข้างคับแคบ  อีกทั้งส่วนหนึ่งมาจากเกษตรกรทำนามากถึง 3 ครั้ง  แต่ปีนี้ภัยแล้งงดการทำนา  ก็เป็นโชคดีควายจะมีหญ้าแทะเล็มกิน ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ด้วย

ควายที่เลี้ยงในฟาร์ม บิ๊กไอซ์ฟาร์มควายไทย  ทั้งหมดเป็นควายไทยที่มีการปรับปรุงสายพันธุ์ มาแล้ว โดยแต่ละตัวเลี้ยงเพียง 2-3 ปี จะมีขนาดใหญ่  น้ำหนักตัวเฉลี่ยต่อตัวมากกว่า 1,000 กิโลกรั

 

////////

The post ฮือฮา..บิ๊กไอซ์ฟาร์มขายลูกควายไทยสองตัวในราคาตัวละ 1,090,000 บาท appeared first on Phitsanulok Hotnews.

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้
ฮือฮา..บิ๊กไอซ์ฟาร์มขายลูกควายไทยสองตัวในราคาตัวละ 1,090,000 บาท

ไทยตอนบนอากาศแปรปรวน มีฝนตกก่อนแล้วจะหนาวอุณหภูมิลดลง 6-8 องศา 24-27 ม.ค.63

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ “อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 24 – 27 มกราคม 2563)”   ในช่วงวันที่ 24-27 มกราคม 2563 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงเกิดขึ้นในระยะแรก บริเวณจังหวัดอุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร และมุกดาหาร หลังจากนั้นวันที่ 26-27 มกราคม 2563 อุณหภูมิจะลดลง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลง 6-8 องศาเซลเซียส กับมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-15 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดอุณหภูมิต่ำสุด 1-13 องศาเซลเซียส และมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นบริเวณยอดดอยในภาคเหนือ ส่วนภาคกลางอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง สำหรับเกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนอีกระลอกหนึ่งจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ในขณะที่คลื่นอากาศในกระแสลมฝ่ายตะวันตกจะเคลื่อนผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง  ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง  กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2563 เวลา 11.00 น.

 

The post ไทยตอนบนอากาศแปรปรวน มีฝนตกก่อนแล้วจะหนาวอุณหภูมิลดลง 6-8 องศา 24-27 ม.ค.63 appeared first on Phitsanulok Hotnews.

สนใจประมูลโรงไฟฟ้าชุมชนกันอย่างคึกคัก แห่ดูงานที่“ยูเอซี”จ.เชียงใหม่ใช้วัตถุดิบจากหญ้าเนเปียร์-ข้าวโพด

นักลงทุนโรงไฟฟ้า และชุมชน สนใจประมูลโรงไฟฟ้าชุมชนกันอย่างคึกคัก แห่ศึกษาดูงานตัวอย่างความสำเร็จโรงไฟฟ้าที่อยู่คู่กับชุมชน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของ “ยูเอซี” จ.เชียงใหม่ หวังเก็บข้อมูลเตรียมตัวเข้าชิงชัย เผยโมเดลกระตุ้นเศรษฐกิจ 1 เมกะวัตต์ใช้เงินลงทุนถึง 100 ล้านบาท สร้างรายได้เกษตรกรรอบโรงไฟฟ้าได้จริงปีละ 15 ล้านบาท ด้าน“ชัชพล”กรรมการผู้จัดการ ยูเอซีฯ ประกาศความพร้อมจับมือชุมชนยื่นประมูลกลุ่ม Quick win เดินหน้าโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพที่ภูผาม่าน จ. ขอนแก่น ขนาด 3 เมกะวัตต์

หลังจากนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เร่งรัดโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน 700 เมกะวัตต์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งล่าสุดคณะกรรมการบริหารการรับซื้อไฟฟ้าโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก ที่มีนายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน เตรียมจะประชุมพิจารณารายละเอียดหลักเกณฑ์คัดเลือกโครงการ คาดว่าจะสามารถเปิดยื่นเสนอโครงการในรูปแบบเร่งรัด หรือ กลุ่ม Quick win จำนวน 100 เมกะวัตต์ ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 นี้ จากนั้นจะลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า(PPA)ได้ภายในเดือนมีนาคมนี้ และจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ (COD)ได้ภายในปี 2563 หลังจากนั้นก็จะถึงคิวในส่วนของโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนรูปแบบทั่วไป หรือ กลุ่มสร้างใหม่จะเปิดให้ยื่นเสนอโครงการได้ภายในครึ่งแรกของปี 2563 จำนวน 600 เมกะวัตต์ เพื่อจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ (COD) ตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นไป

ในขณะที่ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้า วิสาหกิจชุมชน และชุมชนต่างๆ ต่างได้ให้ความสนใจโรงไฟฟ้าชุมชนเป็นอย่างมาก โดยมีการเดินทางไปศึกษาดูงานโรงไฟฟ้าชุมชนที่ประสบความสำเร็จของ บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) กันอย่างคึกคัก เพื่อเก็บข้อมูลเตรียมความพร้อมก่อนจะเข้ายื่นประมูลโครงการ

นายชัชพล ประสพโชค กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีบริษัทต่างๆ รวมถึงวิสาหกิจชุมชน ชุมชนต่างๆ เดินทางมาศึกษาดูงานโรงไฟฟ้าชุมชนของบริษัทที่ อ. แม่แตง จ.เชียงใหม่ สัปดาห์ละไม่ต่ำกว่า 2-3 แห่ง เพราะโรงไฟฟ้าชุมชนแห่งนี้ถือว่าเป็นตัวอย่างโครงการที่ประสบความสำเร็จที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอยู่ใกล้ชุมชน ผลิตไฟฟ้าได้ขนาด 1.5 เมกะวัตต์ ใช้วัตถุดิบจากหญ้าเนเปียร์และข้าวโพด โดยรับซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรรอบๆ โรงไฟฟ้าปีละ 15 ล้านบาท และมีบายโปรดักซ์ที่ได้จากโรงไฟฟ้าเป็นปุ๋ยอินทรีย์ จำนวน 20 ตันต่อวัน สามารถนำไปขายช่วยเหลือเกษตรกรในราคาถูก เพื่อใช้อินทรีย์ทดแทนปุ๋ยเคมีที่เป็นอันตรายกับเกษตรกรได้

นายชัชพล ประสพโชค กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน)

“การก่อสร้างโรงไฟฟ้าชุมชนสามารถทำรายได้ให้กับชุมชนได้จริง เกิดการจ้างงานในชุมชนได้จริง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอยู่กับชุมชนได้ แถมโรงไฟฟ้าชุมชนยังได้ช่วยมลพิษ PM 2.5 อีกด้วย เพราะในพื้นที่ชนบทมีพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพด อ้อย เป็นจำนวนมาก ในหน้าแล้งมักจะเผาซังข้าวโพด อ้อยกันทุกปี ทำให้เกิดฝุ่น PM 2.5 ถ้านำวัตถุดิบเหล่านั้นมาป้อนโรงไฟฟ้าชุมชนก็จะลดปัญหามลพิษในอากาศได้อีกทางหนึ่งด้วย”

นอกจากนี้ ในด้านการลงทุนโรงไฟฟ้าชุมชนถือว่าคุ้มมาก เพราะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้เป็นอย่างดี เนื่องจากการลงทุนโรงไฟฟ้าชุมชนขนาด 1 เมกะวัตต์ จะใช้เงินประมาณ 100 ล้านบาท หลังการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชุมชนแล้วเสร็จจะมีการซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรเพื่อป้อนโรงไฟฟ้าขนาด 1.5 เมกกะวัตต์ จะใช้เงินปีละ 15 ล้านบาท ทำให้เกิดการจ้างงานในโรงไฟฟ้าแต่ละแห่งอีกไม่ต่ำ 10-12 คน

นายชัชพล กล่าวอีกว่า บริษัทมีความพร้อมที่จะยื่นประมูลโรงไฟฟ้าชุมชน กลุ่ม Quick win ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพจากพืชพลังงาน อ.ภูผาม่าน จ. ขอนแก่น จำนวน 2 โรงๆ ละ 1.5 เมกะวัตต์ ซึ่งก่อสร้างเสร็จแล้วแต่ยังไม่ได้รับใบอนุญาต PPA เนื่องจากรัฐบาลก่อนหน้านี้มีนโยบายยกเลิกการสนับสนุน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้มีการเจรจากับชุมชนที่จะเข้าร่วมตามนโยบายเรียบร้อยแล้ว ส่วนวัตถุดิบที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงป้อนโรงไฟฟ้าจะเป็นหญ้าเนเปียร์มีทั้งของโรงไฟฟ้าที่ปลูกไว้จำนวน 2 พันไร่ และจะรับซื้อจากเกษตรกรรอบๆ โรงไฟฟ้าอีกจำนวนหนึ่ง ราคา 500 บาทต่อกิโลกรัม สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรปีละ 3,500 บาทต่อไร่ ตอนนี้บริษัทรอเพียงความชัดเจนจากทางกระทรวงพลังงาน ถ้าเปิดให้ยื่นประมูลเมื่อไหร่เราก็พร้อมทันที

The post สนใจประมูลโรงไฟฟ้าชุมชนกันอย่างคึกคัก แห่ดูงานที่“ยูเอซี”จ.เชียงใหม่ใช้วัตถุดิบจากหญ้าเนเปียร์-ข้าวโพด appeared first on Phitsanulok Hotnews.

ADVERTISING
โฆษณาเว็บไซต์ - ผู้เข้าชม

อีซี่บร๊านเชสเน็ตเวิร์ค จะช่วยแบ่งปันข่าวสารหรือเนื้อหาต่างๆของคุณกับเครื่อข่ายของอีซี่บร๊านเชสที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลก

ลงประกาศ
โฆษณาโดยอีซี่บร้านเซส
Agency Sign-up Fill in the form and our consultants will contact you as soon as possible in order to give you all the information you need to sale, rent Your real estate, propertyนิตยสาร Sea Yachting ค้นพบโลกพิเศษของเรือยอชท์สุดหรูด้วยการออกแบบที่เหนือชั้นความสะดวกสบายและสไตล์รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เป็นกฎหมายลำดับศักดิ์สูงสุดแห่งราชอาณาจักรไทย กฎหมายอื่นใดจะขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญไม่ได้ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบการปกครองของประเทศ ซึ่งตั้งแต่ พ.ศ. 2475 ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญแล้วทั้งสิ้น 20 ฉบับ รัฐธรรมนูญฉบสายการบินอินโดนีเซียเจ้าแรกที่เข้าร่วมกับ SkyTeam ค้นพบความมหัศจรรย์ของหาดจอมเทียนเมืองพัทยาประเทศไทย จอมเทียนซีไซด์เฮาส์ให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการที่หลากหลายแก่แขกของเราเพื่อการพักที่น่าจดจำในราคาที่สมเหตุสมผลDealer for New Exclusive Super Sport Cars Direct Delivery
boatshowchina.comexpolifestyle.com