แต่งตั้งอัยการ "ประยุทธ์" รองโฆษก โยกด้วยนั่งดูคดีอาญา 3 ขณะที่ "ธีระวัฒน์" นั่งเลขา อสส.คนใหม่ ส่วน "วิรุฬห์" ทำคดีกปป
เปิดบัญชีโยกย้ายอัยการ 398 ตำแหน่ง

เปิดบัญชีโยกย้ายอัยการ 398 ตำแหน่ง

อ่านข่าว เปิดบัญชีโยกย้ายอัยการ 398 ตำแหน่ง

ข่าว เปิดบัญชีโยกย้ายอัยการ 398 ตำแหน่ง

ข้อมูลเปิดบัญชีโยกย้ายอัยการ 398 ตำแหน่ง

ดูข่าว เปิดบัญชีโยกย้ายอัยการ 398 ตำแหน่ง
หาข่าว เปิดบัญชีโยกย้ายอัยการ 398 ตำแหน่ง
  • 2019-09-12 06:10:02 2 เดือนที่ผ่านมา
  • เปิดอ่าน 9,119
166
ถูกแชร์ทั้งหมด

แต่งตั้งอัยการ "ประยุทธ์" รองโฆษก โยกด้วยนั่งดูคดีอาญา 3 ขณะที่ "ธีระวัฒน์" นั่งเลขา อสส.คนใหม่ ส่วน "วิรุฬห์" ทำคดีกปปส. ขึ้น รอง อธ.คดีพิเศษ มีผล 1 ต.ค.นี้

เมื่อวันที่ 11 ก.ย.62 ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ "นายอรรถพล ใหญ่สว่าง" ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) เรียกประชุม ก.อ.ครั้งที่ 11/2562 วาระพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายอัยการ 398 ตำแหน่ง ระดับอธิบดีอัยการ 2 ตำแหน่ง และรองอธิบดีอัยการ 112 ตำแหน่ง , อัยการพิเศษฝ่าย 177 ตำแหน่ง , อัยการชั้น 6 ระดับอัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ 24 ตำแหน่ง , อัยการชั้น 5 ระดับอัยการผู้เชี่ยวชาญ 23 ตำแหน่ง รวมทั้งการพิจารณาโยกย้ายอัยการอาวุโส 17 ตำแหน่ง และแต่งตั้งอัยการอาวุโสอีก 103 ตำแหน่ง

โดยการโยกย้ายในตำแหน่งที่น่าสนใจ อาทิ "นายศักดา ช่วงรังษี" จากตำแหน่งรองอธิบดีอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด ไปดำรงตำแหน่ง รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ (ปัจจุบันนายศักดา ยังเป็นเลขานุการนายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุดด้วย) "นายธรัมพ์ ชาลีจันทร์" โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่ง อัยการพิเศษฝ่ายคณะกรรมการอัยการ 1 ไปดำรงตำแหน่ง รองอธิบดีอัยการสำนักงานคณะกรรมการอัยการ หรือ ก.อ. "นายวิรุฬห์ ฉันท์ธนนันท์" อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็น รองอธิบอัยการสำนักงานคดีพิเศษ (ขณะปฏิบัติหน้าที่อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 4 รับผิดชอบการฟ้องคดีกบฏ กปปส.ด้วย) "นายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์" อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 3 (ดูแลคดีฟอกเงิน) ไปเป็น รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร , "นายอิทธิพร แก้วทิพย์" อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 1 ไปเป็นรองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา ,

"นาย ชาญชัย ชลานนท์นิวัฒน์" อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 2 ไปเป็นรองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา (สำนักงานคดีอาญา 1 และ 2 เป็นส่วนดูแลการแก้ต่างคดีอาญาให้กับข้าราชการหน่วยงานรัฐทั่วประเทศ ที่ถูกฟ้องความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ) "นายประยุทธ เพชรคุณ" รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ปัจจุบันดำรงตำแหน่งอัยการพิเศษฝ่ายบริหารอาคารและที่ดิน สำนักงานนโยบาย ยุทธศาสตร์และงบประมาณ ไปเป็นอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 3 (รับผิดชอบคดีอาญา เขตอำนาจพื้นที่ สน.ห้วยขวาง , สน.พญาไท , สน.เตาปูน , สน.บางโพ) "นายธีรวัฒน์ พุฒิบูรณวัฒน์" อัยการพิเศษฝ่ายนโยบายและยุทธศาสตร์ ไปดำรงตำแหน่งเป็นเลขานุการนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุดคนที่ 15 ซึ่งจะดำรงตำแหน่งในวันที่ 1 ต.ค.62 นี้ โดยการแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งทั้งหมดดังกล่าว ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.62 เป็นต้นไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ วาระพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งอัยการและอัยการอาสุโสดังกล่าวแล้ว ที่ประชุม ก.อ.ยังมีมติรับทราบกรณี "นายเข็มชัย ชุติวงศ์" อัยการสูงสุดซึ่งกำลังจะพ้นตำแหน่งอัยการสูงสุด เนื่องจากอายุครบ 65 ปี ในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ซึ่งได้ขอลาออกจากราชการ โดยไม่ประสงค์จะเป็นอัยการอาวุโสต่อไปจนถึงอายุ 70 ปีอีกด้วย

ผลการประชุม ก.อ. ครั้งที่ 11/2562 เรื่อง การพิจารณาเลื่อนตำแหน่งและแต่งตั้งสับเปลี่ยนโยกย้ายข้าราชการอัยการทั้งหมด http://www.cmiss.ago.go.th/images/PR/2562/Meeting11-62.pdf



แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้
เปิดบัญชีโยกย้ายอัยการ 398 ตำแหน่ง

ศาลออกหมายเรียก "ไวพจน์-สำเริง-วรชัย" ฟังคำพิพากษาบุกประชุมอาเซียน

ทนาย ระบุ ไวพจน์-สำเริง-วรชัย ศาลจังหวัดพัทยาให้ออกหมายเรียกมาฟังคำพิพากษาฎีกาบุกประชุมอาเซียนร่วมกับกี้ร์ อริสมันต์ อีกครั้ง 31 ต.ค.นี้ เก้าโมงเช้า เหตุยังไม่ได้รับหมายศาล ส่วนกี้ร์-จำเลยร่วมอีก 9 คน ให้ออกหมายจับมาฟังคำพิพากษาวันเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรณีที่วันนี้ (11 ก.ย.) ศาลจังหวัดพัทยา ได้อ่านคำพิพากษาฎีกา คดีที่ "13 นปช." ได้ถูกอัยการยื่นฟ้อง ร่วมกันชุมนุมบุกรุกไปยังโรงแรม รอยัลคลิฟ บีช พัทยาเพื่อขัดขวางการประชุมอาเซียนปี 2552 นั้น ซึ่งวันนี้ "นายศักดา นพสิทธิ์" จำเลยที่ 10 เดินทางมาศาลตามหมายเรียกเพียงคนเดียว ส่วนจำเลยอื่น มีทั้งที่ระบุมีอาการป่วย ไม่ได้รับหมายเรียกและที่ได้รับหมายเรียกแล้วไม่มาศาล


ศาลจังหวัดพัทยาจึงได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้เฉพาะ "นายศักดา นพสิทธิ์" จำเลยที่ 10 ฟัง ซึ่งศาลฎีกาพิพากษายืน ตามศาลอุทรธรณ์ภาค 2 ที่ให้จำคุก 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา ฐานร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 (2)(3) ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด โดยเมื่อนายศักดา ได้ฟังผลคำพิพากษาฎีกาซึ่งถึงที่สุดตามกระบวนการทางกฎหมายแล้ว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงได้ควบคุมตัวไปคุมขังยังเรือนจำเพื่อรับโทษตามคำพิพากษาดังกล่าวต่อไป


ทั้งนี้ "ทีมทนายความจำเลย" ได้อธิบายขั้นตอนว่า ในวันนี้ "ศาลจังหวัดพัทยา" ได้นัดอ่านคำพิพากษาฎีกาคดีซึ่งมีจำเลยทั้งสิ้น 13 คน แต่วันนี้ในส่วนของ "นายอริสมันต์ หรือกี้ร์ พงษ์เรืองรอง" และ นพ.วัลลภ ยังตรง จำเลยที่ 1 และที่ 16 ไม่ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาโดยมอบอำนาจให้ทนายความยื่นคำร้องขอให้เลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาฎีกาวันนี้ออกไปก่อน เนื่องจากจำเลยทั้งสองมีอาการป่วย พร้อมนำใบรับรองแพทย์มาแสดง ซึ่งศาลจังหวัดพัทยาได้พิจารณาคำร้องในส่วนนี้แล้ว เห็นว่าอาการป่วยนั้นไม่ได้เป็นโรคร้ายแรง จึงไม่อนุญาตให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในวันนี้ และให้ออกหมายจับจำเลยทั้งสองเพื่อมาฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาคดีนี้อีกครั้งในวันที่ 31 ต.ค.นี้ เวลา 09.00 น. โดยศาลให้ปรับนายประกันของจำเลยทั้งสองด้วย

นอกจากนี้ ก็ยังมีในส่วนของ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภารัตน์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จำเลยที่ 3 นายสำเริง ประจำเรือ จำเลยที่ 6 นายวรชัย เหมะ จำเลยที่ 13 ก็ปรากฏว่ายังไม่ได้รับหมายเรียกที่ศาลแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาวันนี้ จึงไม่ได้เดินทางมาศาล โดยศาลจังหวัดพัทยาพิจารณาแล้วก็ให้ออกหมายเรียกจำเลยทั้งสามมาฟังคำพิพากษาอีกครั้งในวันที่ 31 ต.ค.นี้ วัน-เวลาเดียวกันกับนายอริสมันต์


ส่วนจำเลยอื่นอีก 7 คน (จำเลยที่ 2,4,5,11,12,15,17)ก็ปรากฏว่า ศาลได้ส่งหมายเรียกแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาฎีกาให้ทราบแล้ว แต่วันนี้จำเลยทั้ง 7 คนไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ศาลจังหวัดพัทยาจึงให้ออกหมายจับจำเลยทั้ง 7 เพื่อมาฟังคำพิพากษาต่อไปเช่นกัน พร้อมให้ปรับนายประกันจำเลยทั้ง 7 คนเต็มจำนวนสัญญษประกันด้วย


โดยคำพิพากษาศาลฎีกาที่อ่านในวันนี้ถือว่าเฉพาะนายศักดา นพสิทธิ์ จำเลยที่ 10 เท่านั้นที่ได้รับฟังผล ส่วนจำเลยอื่นถือว่ายังไม่ได้รับฟังคำพิพากษา ยังไม่ทราบผลคำพิพากษา ซึ่งในส่วนของ พ.ต.ท.ไวพจน์ นายวรชัย นายสำเริง ที่ศาลจังหวัดพัทยาออกหมายเรียกแจ้งให้มาฟังคำพิพากษาฎีกาอีกครั้งในวันที่ 31 ต.ค.นั้น ก็จะต้องมาตามวันที่ศาลนัดต่อไป ส่วนนายอริสมันต์ และจำเลยร่วมที่เหลือ 9 คนซึ่งศาลให้ออกหมายจับนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็จะต้องติดตามตัวมาส่งศาลในวันนัดที่ 31 ต.ค.เพื่อฟังคำพิพากษาต่อไป


ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับคำพิพากษาศาลฎีกาที่อ่านให้จำเลยที่ฟังในวันนี้ ระบุว่า ศาลฎีกาพิพากษาแก้ให้ยกฟ้องในส่วนของนายสมญศฆ์ พรมภา จำเลยที่ 4 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 


ซึ่งชั้นศาลอุทธรณ์ภาค 2 นั้นพิพากษาให้จำคุกจำเลยที่ 1,2,3,5,6,10,11,12,13,15,16,17 คนละ 4 ปีโดยไม่รอการลงโทษ ฐานร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 (2)(3) ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด ขณะที่ชั้นศาลอุทธรณ์ ก็ให้ปรับจำเลยที่ 1,2,3,5,6,10,11,12,13,15 16,17 คนละ 200 บาท ฐานร่วมกันเดินแถวเป็นกระบวนและกระทำในลักษณะกีดขวางการจราจร ตามที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาด้วย

ศาลรธน.สั่งปธ.สภาฯส่งเอกสารเพิ่ม

ศาลรธน. เรียกเอกสารเพิ่ม ปมฝ่ายค้านยื่นตีความออกพ.ร.ก.แก้พ.ร.บ.คุ้มครองสถาบันครอบครัว ขัด รธน.หรือไม่ ก่อนชี้ รับ-ไม่รับ วินิจฉัย

เมื่อวันที่ 11 ก.ย.62 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ ประธานสภาผู้แทนราษฎรซึ่งส่งความเห็นของส.ส.พรรคฝ่ายค้านที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 173 ว่า การตราพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2562 เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง หรือไม่ โดยให้จัดส่งเอกสารเกี่ยวกับคำร้องให้ครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อประกอบการพิจารณาว่าจะรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 173 วรรคสอง หรือไม่

 

เนื่องจากเมื่อพิจารณาคำร้องและเอกสารประกอบแล้วเห็นว่ามีเพียงสำเนาพ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2562 และสำเนาพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2562 เท่านั้น โดยไม่ปรากฏหนังสือจากนายกรัฐมนตรีถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรให้นำพระราชกำหนดนี้เสนอสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณา หนังสือเชิญประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาพระราชกำหนดนี้ และรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่มีการพิจารณาพระราชกำหนดนี้ จึงมีคำสั่งให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร จัดส่งเอกสารให้ครบถ้วนสมบูรณ์



อีซี่บร๊านเชสเน็ตเวิร์ค จะช่วยแบ่งปันข่าวสารหรือเนื้อหาต่างๆของคุณกับเครื่อข่ายของอีซี่บร๊านเชสที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลก

อีซี่บร๊านเชสเน็ตเวิร์ค จะช่วยแบ่งปันข่าวสารหรือเนื้อหาต่างๆของคุณกับเครื่อข่ายของอีซี่บร๊านเชสที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลก

ลงประกาศ
โฆษณาโดยอีซี่บร้านเซสนิตยสาร Sea Yachting ค้นพบโลกพิเศษของเรือยอชท์สุดหรูด้วยการออกแบบที่เหนือชั้นความสะดวกสบายและสไตล์รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เป็นกฎหมายลำดับศักดิ์สูงสุดแห่งราชอาณาจักรไทย กฎหมายอื่นใดจะขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญไม่ได้ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบการปกครองของประเทศ ซึ่งตั้งแต่ พ.ศ. 2475 ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญแล้วทั้งสิ้น 20 ฉบับ รัฐธรรมนูญฉบThe upcoming NEXT BLOCK ASIA 2.0 “Affiliate Marketing in the Age of Crypto” is set to revisit Bangkokสายการบินอินโดนีเซียเจ้าแรกที่เข้าร่วมกับ SkyTeam ค้นพบความมหัศจรรย์ของหาดจอมเทียนเมืองพัทยาประเทศไทย จอมเทียนซีไซด์เฮาส์ให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการที่หลากหลายแก่แขกของเราเพื่อการพักที่น่าจดจำในราคาที่สมเหตุสมผลDealer for New Exclusive Super Sport Cars Direct Deliveryข่าวไทย - อีซี่บร๊านเชสเน็ตเวิร์ค จะช่วยแบ่งปันข่าวสารหรือเนื้อหาต่างๆของคุณกับเครื่อข่ายของอีซี่บร๊านเชสที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลก ร่วมแบ่งปันข่าวสาร เนื้อหา เรื่องราวต่างๆของคุณกับอีซี่บร๊านเชสเน็ตเวิร์ค กิจกรรมที่จะเกิดขึ้นโดยอีซี่บร๊านเชส ลงป
boatshowchina.comexpolifestyle.com