กระทรวงดีอี ประเดิมทลายล้างข่าวปลอม จับได้ทั่วประเทศ 9 เพจ รวมทั้ง กลุ่มสร้างความเกลียดชังโพสต์ข้อความดูหมิ่น ยุยง ปลุกปั่น หรือกลุ่ม Hate Speech
กระทรวงดีอี ประเดิมทลายล้างข่าวปลอม จับได้ 9 เพจ

กระทรวงดีอี ประเดิมทลายล้างข่าวปลอม จับได้ 9 เพจ

อ่านข่าว กระทรวงดีอี ประเดิมทลายล้างข่าวปลอม จับได้ 9 เพจ

ข่าว กระทรวงดีอี ประเดิมทลายล้างข่าวปลอม จับได้ 9 เพจ

ข้อมูลกระทรวงดีอี ประเดิมทลายล้างข่าวปลอม จับได้ 9 เพจ

ดูข่าว กระทรวงดีอี ประเดิมทลายล้างข่าวปลอม จับได้ 9 เพจ
หาข่าว กระทรวงดีอี ประเดิมทลายล้างข่าวปลอม จับได้ 9 เพจ
  • 2019-09-12 07:10:04 2 เดือนที่ผ่านมา
  • เปิดอ่าน 7,358
110
ถูกแชร์ทั้งหมด

กระทรวงดีอี ประเดิมทลายล้างข่าวปลอม จับได้ทั่วประเทศ 9 เพจ รวมทั้ง กลุ่มสร้างความเกลียดชังโพสต์ข้อความดูหมิ่น ยุยง ปลุกปั่น หรือกลุ่ม Hate Speech

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.กระทรวงดิจิทัลฯ พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ ขาวสุวรรณ รองปลัดกระทรวงฯ พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น ผบก. ปอท. และคณะ ร่วมกันแถลงข่าว กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี Technology Crime Suppression Division “ปฏิบัติการทลายล้างข่าวปลอม 09.09.2019”

รมว.ดิจิทัล แถลงว่า ปัจจุบันพฤติกรรมการรับรู้ข่าวสารของพี่น้องประชาชน เปลี่ยนแปลงจากยุคสมัยก่อนมาก ประชาชนใช้เวลาในการเข้าถึงข่าวสารได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว จากสื่อออนไลน์ช่องทางต่าง ๆ บางคร้ัง ในความรวดเร็วของข่าวสารก็แฝงมาด้วยข่าวปลอมก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศหรือ ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน

กระทรวงดิจิทัลฯ และ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เปิด “ปฏิบัติการทลายล้างข่าวปลอม 09.09.2019” ดําเนินการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับการสร้างข่าวปลอม สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน

 

ล่าสุดปิดล้อมตรวจ ค้น 9 จุดทั่วประเทศ มีผลการปฏิบัติ ดังนี้

1. "ข่าวประกาศพื้นที่ควบคุมพิเศษระเบิด 7 จุดในกรุงเทพมหานคร" ได้เข้าตรวจค้นบ้านพักย่านบางพลัด ผู้ต้องหารับสารภาพว่าเป็นผู้กระทำการดังกล่าวจริง จึงแจ้งข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

2. "นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ" จับกุมผู้ต้องหาชาวไนจีเรีย 3 ราย ชาวไทย 2 ราย แอบอ้างเป็นบุคคลอื่นมาติดต่อคู่ค้า มูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท

3. "หลอกรักออนไลน์ (โรแมนซ์ สแกม)" จับกุมผู้ต้องหา 1 ราย ใน จ.พระนครศรีอยุธยา มูลค่าความเสียหายกว่าล้านบาท

4. "แอบอ้างข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย" หลอกลวงขายสินค้าออนไลน์ อาทิ โทรศัพท์ และเสื้อผ้า มูลค่าความเสียหาย 5 ล.บาท จับกุมผู้ต้องหา 3 คน ในพื้นที่จ.มหาสารคาม และจ.สมุทรสาคร

5. "แอบอ้างเป็นลูกสาวของประธานาธิบดีของประเทศจีน” จับกุมแอดมินเพจเฟซบุ๊ก 1 ราย พร้อมทำการตรวจยึดอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำความผิด ได้ในบ้านพักพื้นที่ อ.บ่อผุด จ.สุราษฎร์ธานี

6. "ข่าวแม่น้ำโขงแห้ง ปลาสูญพันธุ์" จับกุมผู้ต้องหาเผยแพร่ข้อมูลเท็จในบ้านพัก อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี และได้นำตัวมาดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550

7. "หลอกขายผลิตภัณฑ์ประหยัดไฟฟ้า" จับกุมขบวนการต่างชาติ พร้อมตรวจยึดผลิตภัณฑ์ที่ผิดกฎหมายจำนวนมาก ภายในโกดังเก็บสินค้าในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และอ.พานทอง จ.ชลบุรี มาดำเนินคดีตามกฎหมาย

8. "แอบอ้างนามสกุลนายกรัฐมนตรี หลอกขายของออนไลน์" จับกุมผู้ต้องหาหลอกขายสินค้าทางออนไลน์ เพื่อหวังให้เกิดความน่าเชื่อถือ ซึ่งกระทำมาแล้วเป็นเวลาสี่เดือน มูลค่าความเสียหายนับแสนบาท

9. "เพจเฟซบุ๊ก รับสมัครนักรบล้มล้างการปกครอง" เจ้าหน้าที่นำหมายค้นของศาลจังหวัดนนทบุรี เข้าตรวจค้นที่บ้านพักย่านเมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี ได้พบกับผู้กระทำความผิดเป็นช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ และรับว่าได้กระทำจริง จึงได้นำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

รมว.ดิจิทัลฯ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ข่าวปลอมหรือ Fake News แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ

1. กลุ่มโพสต์ข้อความสร้างกระแสเพื่อความสนุกส่วนตัวหรือที่เรียกว่านักเลงคีย์บอร์ด

2.กลุ่มหวังเงิน นำภาพดารา ผู้มีชื่อเสียง โพสต์สร้างกระแส หวังยอดติดตามเพื่อโฆษณา

3.กลุ่มสร้างความเกลียดชังโพสต์ข้อความดูหมิ่น ยุยง ปลุกปั่น หรือกลุ่ม Hate Speech

4.กลุ่มหลอกลวง นำเข้าข้อมูลเท็จ หลอกขายสินค้าประชาชนสามารถโพสต์ข้อความ แสดงความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตได้ หากไม่สร้างความเกลียดชัง และไม่เกิดความเสียหายต่อสังคม แต่หากกระทบบุคคลอื่น อาจเข้าข่ายหมิ่นประมาทได้

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถโพสต์ข้อความ แสดงความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตได้ หากไม่สร้างความเกลียดชัง และไม่เกิดความเสียหายต่อสังคม แต่หากกระทบบุคคลอื่น อาจเข้าข่ายหมิ่นประมาทได้



แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้
กระทรวงดีอี ประเดิมทลายล้างข่าวปลอม จับได้ 9 เพจ

รบ.เตรียมการการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

"นายกฯ" ประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เตรียมการในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวน "พยุหยาตราทางชลมารค" 24 ต.ค.

เมื่อวันที่ 11 ก.ย.62 เวลา 13.30 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ครั้งที่ 1/2562 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้แทนหน่วยงานราชการในพระองค์ เพื่อเตรียมการในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ทั้งนี้ นายกฯ รับทราบรายงานความคืบหน้าการดำเนินการของคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ ภายใต้คณะกรรมการอำนวยการฯ เพื่อเตรียมการในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนการ พยุหยาตราทางชลมารคเนื่องในพระราชพิธีบรมราชภิเษก เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยสมพระเกียรติ พร้อมขอให้ดูแลอำนวยความสะดวกประชาชนในเรื่องสถานที่ การเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จฯ ตลอดจนอาหาร น้ำดื่ม ให้บริการประชาชนอย่างเหมาะสมเพียงพอ รวมถึงการให้บริการทางการแพทย์ และการดูแลบริหารจัดการเรื่องขยะทั้งทางบกและทางน้ำมิให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ร่วมกันรณรงค์ให้ประชาชนช่วยกันลดขยะ พร้อมทั้งให้มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบเกี่ยวกับการจัดงานพระราชพิธีดังกล่าว รวมทั้งข้อมูลเส้นทางคมนาคมการเดินทาง การปิดการจราจร การรักษาความปลอดภัย เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางเข้าร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในวันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม 2562 เวลา 15.30 น. โดยจะเสด็จพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปยังท่าวาสุกรีเพื่อประทับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เสด็จเลียบพระนครไปตามแม่น้ำเจ้าพระยาไปที่ท่าราชวรดิฐ (ระยะทางประมาณ 3.4 กิโลเมตร) ใช้เวลาประมาณ 45 นาที

รัฐบาลโดยกองทัพเรือได้เตรียมการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค และได้มีกำหนดการฝึกซ้อมย่อย จำนวน 10 ครั้ง และซ้อมใหญ่ จำนวน 2 ครั้ง ( 17 ต.ค.62 และ 21 ต.ค.62) สำหรับสถานที่เฝ้ารับเสด็จ ได้แก่ ท่าวาสุกรี ท่าราชวรดิฐ สวนสันติชัยปราการ สวนหลวงพระราม 8 ธนาคารแห่งประเทศไทย และศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย

รวมทั้งจะได้จัดเตรียมการด้านสถานที่ในสถานที่ต่าง ๆ ทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาสำหรับประชาชนร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพระยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยประชาชนสามารถสวมใส่เสื้อสีเหลืองเข้าร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จฯ

ทั้งนี้ กรมประชาสัมพันธ์ และโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย จะมีการถ่ายทอดสดการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ผ่านสถานีวิทยุและสถานีโทรทัศน์ให้ประชาชนได้รับฟังและชมด้วย

นอกจากนี้ รัฐบาลจะมีการจัดกิจกรรมจิตอาสา Big Cleaning พัฒนาภูมิทัศน์สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตลอดเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน (ตั้งแต่บริเวณท่าน้ำวัดราชาธิวาสถึงท่าน้ำวัดอรุณราชวราราม) ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาดสวยงาม ภายในกลางเดือนตุลาคมนี้ เพื่อถวายพระราชกุศล โดยกิจกรรมในโอกาสดังกล่าวจะเป็นความร่วมมือของประชาชนหลายภาคส่วน เช่น ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. กรุงเทพมหานคร กรมเจ้าท่า กรมทางหลวงชนบท กรมพาณิชย์นาวี กองทัพเรือ ธนาคารแห่งประเทศไทย ชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา นักศึกษาอาชีวะและช่าง หน่วยทหารช่าง

 



เปิดบัญชีโยกย้ายอัยการ 398 ตำแหน่ง

แต่งตั้งอัยการ "ประยุทธ์" รองโฆษก โยกด้วยนั่งดูคดีอาญา 3 ขณะที่ "ธีระวัฒน์" นั่งเลขา อสส.คนใหม่ ส่วน "วิรุฬห์" ทำคดีกปปส. ขึ้น รอง อธ.คดีพิเศษ มีผล 1 ต.ค.นี้

เมื่อวันที่ 11 ก.ย.62 ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ "นายอรรถพล ใหญ่สว่าง" ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) เรียกประชุม ก.อ.ครั้งที่ 11/2562 วาระพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายอัยการ 398 ตำแหน่ง ระดับอธิบดีอัยการ 2 ตำแหน่ง และรองอธิบดีอัยการ 112 ตำแหน่ง , อัยการพิเศษฝ่าย 177 ตำแหน่ง , อัยการชั้น 6 ระดับอัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ 24 ตำแหน่ง , อัยการชั้น 5 ระดับอัยการผู้เชี่ยวชาญ 23 ตำแหน่ง รวมทั้งการพิจารณาโยกย้ายอัยการอาวุโส 17 ตำแหน่ง และแต่งตั้งอัยการอาวุโสอีก 103 ตำแหน่ง

โดยการโยกย้ายในตำแหน่งที่น่าสนใจ อาทิ "นายศักดา ช่วงรังษี" จากตำแหน่งรองอธิบดีอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด ไปดำรงตำแหน่ง รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ (ปัจจุบันนายศักดา ยังเป็นเลขานุการนายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุดด้วย) "นายธรัมพ์ ชาลีจันทร์" โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่ง อัยการพิเศษฝ่ายคณะกรรมการอัยการ 1 ไปดำรงตำแหน่ง รองอธิบดีอัยการสำนักงานคณะกรรมการอัยการ หรือ ก.อ. "นายวิรุฬห์ ฉันท์ธนนันท์" อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็น รองอธิบอัยการสำนักงานคดีพิเศษ (ขณะปฏิบัติหน้าที่อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 4 รับผิดชอบการฟ้องคดีกบฏ กปปส.ด้วย) "นายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์" อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 3 (ดูแลคดีฟอกเงิน) ไปเป็น รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร , "นายอิทธิพร แก้วทิพย์" อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 1 ไปเป็นรองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา ,

"นาย ชาญชัย ชลานนท์นิวัฒน์" อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 2 ไปเป็นรองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา (สำนักงานคดีอาญา 1 และ 2 เป็นส่วนดูแลการแก้ต่างคดีอาญาให้กับข้าราชการหน่วยงานรัฐทั่วประเทศ ที่ถูกฟ้องความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ) "นายประยุทธ เพชรคุณ" รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ปัจจุบันดำรงตำแหน่งอัยการพิเศษฝ่ายบริหารอาคารและที่ดิน สำนักงานนโยบาย ยุทธศาสตร์และงบประมาณ ไปเป็นอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 3 (รับผิดชอบคดีอาญา เขตอำนาจพื้นที่ สน.ห้วยขวาง , สน.พญาไท , สน.เตาปูน , สน.บางโพ) "นายธีรวัฒน์ พุฒิบูรณวัฒน์" อัยการพิเศษฝ่ายนโยบายและยุทธศาสตร์ ไปดำรงตำแหน่งเป็นเลขานุการนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุดคนที่ 15 ซึ่งจะดำรงตำแหน่งในวันที่ 1 ต.ค.62 นี้ โดยการแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งทั้งหมดดังกล่าว ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.62 เป็นต้นไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ วาระพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งอัยการและอัยการอาสุโสดังกล่าวแล้ว ที่ประชุม ก.อ.ยังมีมติรับทราบกรณี "นายเข็มชัย ชุติวงศ์" อัยการสูงสุดซึ่งกำลังจะพ้นตำแหน่งอัยการสูงสุด เนื่องจากอายุครบ 65 ปี ในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ซึ่งได้ขอลาออกจากราชการ โดยไม่ประสงค์จะเป็นอัยการอาวุโสต่อไปจนถึงอายุ 70 ปีอีกด้วย

ผลการประชุม ก.อ. ครั้งที่ 11/2562 เรื่อง การพิจารณาเลื่อนตำแหน่งและแต่งตั้งสับเปลี่ยนโยกย้ายข้าราชการอัยการทั้งหมด http://www.cmiss.ago.go.th/images/PR/2562/Meeting11-62.pdf



อีซี่บร๊านเชสเน็ตเวิร์ค จะช่วยแบ่งปันข่าวสารหรือเนื้อหาต่างๆของคุณกับเครื่อข่ายของอีซี่บร๊านเชสที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลก

อีซี่บร๊านเชสเน็ตเวิร์ค จะช่วยแบ่งปันข่าวสารหรือเนื้อหาต่างๆของคุณกับเครื่อข่ายของอีซี่บร๊านเชสที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลก

ลงประกาศ
โฆษณาโดยอีซี่บร้านเซสนิตยสาร Sea Yachting ค้นพบโลกพิเศษของเรือยอชท์สุดหรูด้วยการออกแบบที่เหนือชั้นความสะดวกสบายและสไตล์รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เป็นกฎหมายลำดับศักดิ์สูงสุดแห่งราชอาณาจักรไทย กฎหมายอื่นใดจะขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญไม่ได้ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบการปกครองของประเทศ ซึ่งตั้งแต่ พ.ศ. 2475 ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญแล้วทั้งสิ้น 20 ฉบับ รัฐธรรมนูญฉบThe upcoming NEXT BLOCK ASIA 2.0 “Affiliate Marketing in the Age of Crypto” is set to revisit Bangkokสายการบินอินโดนีเซียเจ้าแรกที่เข้าร่วมกับ SkyTeam ค้นพบความมหัศจรรย์ของหาดจอมเทียนเมืองพัทยาประเทศไทย จอมเทียนซีไซด์เฮาส์ให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการที่หลากหลายแก่แขกของเราเพื่อการพักที่น่าจดจำในราคาที่สมเหตุสมผลDealer for New Exclusive Super Sport Cars Direct Deliveryข่าวไทย - อีซี่บร๊านเชสเน็ตเวิร์ค จะช่วยแบ่งปันข่าวสารหรือเนื้อหาต่างๆของคุณกับเครื่อข่ายของอีซี่บร๊านเชสที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลก ร่วมแบ่งปันข่าวสาร เนื้อหา เรื่องราวต่างๆของคุณกับอีซี่บร๊านเชสเน็ตเวิร์ค กิจกรรมที่จะเกิดขึ้นโดยอีซี่บร๊านเชส ลงป
boatshowchina.comexpolifestyle.com