เจาะใจ “คิม ไทยแลนด์” จบแค่ ม.3 ประสบความสำเร็จเป็นเถ้าแก่ 100 ล้านก่อนวัย 40 ปี The post เจาะใจ ‘คิม ไทยแลนด์’ จบแค่ ม.3 เป็นเถ้าแก่รวย
เจาะใจ ‘คิม ไทยแลนด์’ จบแค่ ม.3 เป็นเถ้าแก่รวย 100 ล้านก่อนวัย 40 ปี

เจาะใจ ‘คิม ไทยแลนด์’ จบแค่ ม.3 เป็นเถ้าแก่รวย 100 ล้านก่อนวัย 40 ปี

อ่านข่าว เจาะใจ ‘คิม ไทยแลนด์’ จบแค่ ม.3 เป็นเถ้าแก่รวย 100 ล้านก่อนวัย 40 ปี

ข่าว เจาะใจ ‘คิม ไทยแลนด์’ จบแค่ ม.3 เป็นเถ้าแก่รวย 100 ล้านก่อนวัย 40 ปี

ข้อมูลเจาะใจ ‘คิม ไทยแลนด์’ จบแค่ ม.3 เป็นเถ้าแก่รวย 100 ล้านก่อนวัย 40 ปี

ดูข่าว เจาะใจ ‘คิม ไทยแลนด์’ จบแค่ ม.3 เป็นเถ้าแก่รวย 100 ล้านก่อนวัย 40 ปี
หาข่าว เจาะใจ ‘คิม ไทยแลนด์’ จบแค่ ม.3 เป็นเถ้าแก่รวย 100 ล้านก่อนวัย 40 ปี
  • 2019-02-10 17:05:04 11 เดือนที่ผ่านมา
  • เปิดอ่าน 7,364
161
ถูกแชร์ทั้งหมด

เจาะใจ “คิม ไทยแลนด์” จบแค่ ม.3 ประสบความสำเร็จเป็นเถ้าแก่ 100 ล้านก่อนวัย 40 ปี 

วันที่ 10 ก.พ. 2562 ที่บ้านเลขที่ 666 ถ.สุขุมวิท อ.เมือง สมุทรปราการ ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบนายอุเทน เหลืองแสงทอง หรือ ริช ปากน้ำ อายุ 41 ปี ผู้จัดการบริษัท ริช นีออนไลท์ จำกัด ธุรกิจด้านสื่อป้ายโฆษณา ผู้ซึ่งมีใบหน้าบุคลิกท่าทางนาย คิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของประเทศเกาหลีเหนือ 

นายอุเทน หรือ คิม ไทยแลนด์ เปิดเผยเรื่องราวว่า ต้องย้อนกลับไปประมาณ 5 ปีที่แล้ว ได้เป็นข่าวทางโทรทัศน์ออกข่าวผู้นำเกาหลีเหนือ เรารู้สึกว่าหน้าเราแลดูคล้ายๆ คนนี้เหมือนกันนะ  พอมาระยะปี-สองปีหลังลูกๆ เห็นข่าว คิม จอง อึนใน ทีวีก็ทักว่า”ป๋ะป๋าไปทำอะไรในนั้นล่ะ” ตนก็นึกสนุกบอกลูกๆ ไปว่า พ่อไปออกข่าวน่ะ  ต่อมามีโอกาสไปงานปีใหม่ที่ห้างพันทิป งามวงศ์วาน ได้ตัดผมและแต่งชุดคล้ายๆ ผู้นำเกาหลีไปเดินร่วมงานด้วย คนอื่นๆ ในงานก็พากันมาทักทายชมกันว่าเหมือนๆ จริง

เมื่อเห็นคนมีความสุขเลยนึกสนุกบ้าง คราวนี้ได้ไปสั่งตัดชุดเสื้อ-กางเกงคล้ายกับที่ผู้นำเกาหลีเหนือใส่ ครั้งแรกสั่งร้านเสื้อสูทตัดมา 1 ชุดก่อน แก้ไปแก้มาเสร็จเอามาลองใส่เทียบดูก็ยิ่งใกล้เคียงมากเข้าไปอีก มานั่งนึกๆ ดูว่าถ้าเราต้องไปที่ต่างๆ อากาศร้อนเหงื่อออกก็ต้องส่งซักแห้ง เลยให้ร้านสูทตัดเพิ่มมาอีก 2 ชุดรวมเป็น 3 ชุดแล้ว  ส่วนป้ายติดหน้าออกอันนี้ยังหาภาษาเกาหลีไม่ได้ จึงไปหาซื้อเอาที่เป็นภาษาจีนแปลว่า “รวย” ซึ่งตรงกับคำว่า Rich 

“4-5 เดือนที่แล้วใส่ชุดนี้ไปร่วมงานของกลุ่มเพื่อนๆ ที่ขับขี่ จักรยานยนต์ฮาร์เล่ย์ เดวิดสัน กัน ทุกคนเห็นก็พากันเรียกตนว่า คิม ไทยแลนด์ จึงเป็นที่มาของฉายาดังกล่าว”

มีคนถามว่าตนกับท่านประธานคิม เกาหลีเหนือใครเหมือนใคร ?  ตนก็บอกว่า อายุตนปีนี้ 41 ปี ส่วน คิม เกาหลีเหนือปัจจุบันอายุ 35 ปี ตนเกิดก่อน 6 ปี จะเรียกว่าตนเป็นฝาแฝดเขาหรืออะไรก็ว่ากันไป มันอาจจะเป็นความบังเอิญที่มีใบหน้าไปคล้ายคลึงกัน

เวลาไปไหนมาไหนก็จะมีคนมองเสมอแม้จะไม่ใส่ชุดที่สั่งตัดมาก็ตาม ส่วนใหญ่คนมักจะแค่มองๆ กันไม่ค่อยกล้าเข้ามาทักทายอะไร เพราะบุคลิก ‘คิม จอง อึน’ เขาไม่ค่อยยิ้ม ทำให้คนเกรง ตนเองไปเที่ยวห้างกับลูกๆ ก็สนุกสนานกัน พอมีคนเข้ามาทักทายและขอถ่ายรูปตนก็ยินดีให้ถ่ายเซลฟี่ได้ไม่ขัดข้อง เมื่อมีคนแรกขอถ่ายได้ คนอื่นๆ ที่เห็นและยืนดูก็จะทยอยมาขอถ่ายกันทุกราย เป็นอย่างนี้ประจำ ตนและลูกๆ ก็รู้สึกมีความสุขว่าเราเป็นเหมือนคนดังมีคนมาขอถ่ายรูปด้วย ยินดีและเต็มใจที่ได้แบ่งปันความสุขให้คนอื่น 

มีอยู่ครั้งหนึ่งเดินทางไปมาเก๊า ฮ่องกง คนจีนเห็นไม่มีใครเกรงใจเลย คิดว่าเป็นเป็น คิมจอง อึน ตัวปลอมของฮ่องกงซะอีก พากันมาของถ่ายรูปกันเต็มไปหมด จนต้องวิ่งหนี ไม่งั้นก็ไม่ได้เข้าพักโรงแรมซะที 

สำหรับอาชีพด้านธุรกิจป้ายโฆษณาที่ทำอยู่ทุกวันนี้ นายอุเทน หรือ คิม ไทยแลนด์ เล่าว่า ตัวเองเรียนหนังสือไม่เก่ง จบแค่มัธยมปีที่ 3 โรงเรียนวัดสระเกศ สมัยนั้นยังเด็กคิดว่า แค่มีเสื้อวิวมาขับวินจักรยานยนต์รับจ้างก็อยู่ได้แล้ว

จากนั้นตนประสบอุบัติเหตุขาหัก 2 ข้าง ผ่านมา 1 ปี คุณพ่อส่งไปช่วยงานคุณลุงที่เชียงใหม่ ซึ่งเป็นร้านรับจ้างทำป้ายโฆษณาอยู่ย่านตลาดสมเพชร ช่วยงานคุณลุงทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นด้านผลิต ด้านบัญชี การตลาด ติดต่อลูกค้า เหมือนกับเราเป็นเจ้าของร้านเองเลย  ทำให้เราได้รับประสบการณ์ตรงนั้นมาครบวงจร อยู่ช่วยงานคุณลุงอยู่ 2 ปี ก็กลับมาเปิดร้านเองที่ถนนสุขุมวิท สำโรง สมุทรปราการแห่งนี้ ทำเป็นกิจการของครอบครัว แรกๆ ก็เช่าตึกอื่นขึ้นป้ายโฆษณาขนาดใหญ่บนหลังคาตึก  มีกำไรก็ขยับขยายซื้ออาคารพาณิชย์เป็นของเราเองเพื่อติดตั้งป้ายเอง เอาไว้รับงานโฆษณา ช่วงสิบปีก่อนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หมู่บ้านต่างๆ บูมมาก มาใช้บริการเราเต็มหมดทุกป้าย ปัจจุบันก็ลดๆ ลงไป ป้ายไหนอยู่บนตึกเราเองก็ไม่ต้องจ่ายค่าเช่า ส่วนตึกได้ที่เช่าตึก ถ้าไมมีคนเช่าเราก็ต้องจ่ายค่าเช่าให้เจ้าของตึก

รายได้ทั้งหมดตนมอบให้คุณแม่เป็นคนบริหารจัดการเป็นกงสีของครอบครัว ตนมีพี่น้องที่ช่วยกันทำงานบริษัทนี้  3 คน พี่ชายคนโตจบปริญญาตรี รามคำแหงมหาวิทยาลัย ตนจบ ม.3 น้องชายจบ ม.6 แต่งงานแล้วอยู่กับภรรยา มีบุตร 3 คน ชาย 2 หญิง 1 คน รายได้ที่หาได้จากการทำธุรกิจสื่อโฆษณานี้ตนทำมาประมาณ 10 ปีกว่า เริ่มต้นจากศูนย์ ปัจจุบันมีทรัพย์สินรวมๆ ประมาณ 100 ล้านบาท สามารถพูดได้เต็มปากว่าประสบความสำเร็จในชีวิตด้วยวัยแค่ยังไม่เต็ม 40 ปี  

สิ่งที่ทำให้ตนประสบความสำเร็จในเวลารวดเร็วเพราะถือหลักคิดดี ทำดี ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตก็มีแต่สิ่งดีๆ ตนไม่ถึงขั้นเรียกว่าเป็นเซียนพระเครื่อง แค่นิยมสะสมพระเครื่องหลวงพ่อคุณ มีสะสมอยู่จำนวนหนึ่ง ที่ภูมิใจมีไว้บูชาคือเหรียญหลวงพ่อคุณ รุ่นเจริญพร ปี 2536 เนื้อทองคำ ด้านหลังหลวงพ่อคูณท่านเมตตาจารด้วยตัวท่านเอง มีเพียง 9 เหรียญ เหรียญที่ตนครอบครองบูชาอยู่จะตอกเลข 1 ไว้ ส่วนเหรียญอื่นอีก 8 เหรียญจะไม่มีกาตอกเลข คนในวงการที่เลื่อมใสศรัทธาในหลวงพ่อคูณ จะรู้และยอมรับกัน ตนเป็นที่มาของชื่อในวงการว่า “ริช ปากน้ำ”

นอกจากนั้นก็สะสมพญาครุฑ ของพระอาจารย์วรา หลวงพ่อวราห์ ปุญฺญวโร วัดโพธิทอง มีไว้บูชาอยู่หลายองค์ บูชามากว่า 20 ปี ที่พกติดตัวเสมอก็เป็นพญาครุฑ ล้างอาถรรพ์ รุ่นแรกเนื้อทองคำ

 

นายอุเทน กล่าว ตนเป็นคนง่ายๆ ไม่เรื่องมาก กินอาหารได้ทุกอย่าง เหล้าไม่กิน บุหรี่ไม่สูบ ดื่มเพื่อเข้าสังคมจิบๆ นิดหน่อยพอได้เพราะเคยไปงานเลี้ยงเพื่อนที่รู้จักต้องบอกคนอื่นแทนไม่งั้นเขาจะหาว่าเราหยิ่ง ส่วนการพนันไม่เล่น เพราะเคยเข้าบ่อนแทงไฮโลจนเงินหมด เหลือธนบัตร 20 อยู่ใบเดียว เอาไปแทงไพ่ ได้เงินกลับมาหลายพัน  แต่พอกลับไปแทงไฮโลอีกก็โดนเจ้ามือกินเรียบอีกตามเดิม จึงรู้ตัวว่าไม่มีดวงด้านการพนัน ตั้งแต่นั้นไม่เล่นอีกเลย

สำหรับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ Harley-Davidson Road Glide ปี 2018 ซึ่งเป็นตัวท็อปสุดของฮาเลย์ ราคา 2,866,000 บาท เมื่อ10 มิ.ย.2561 จากศูนย์ AAS ฮาเลย์ฯ ประเทศไทย ก่อนเอามาตกแต่งเพิ่มหมดเงินไปอีกเกือบ 300,000 บาท รวมมูลค่าทั้งสิ้นประมาณสามล้านบาท ซึ่งมีปัญหาเครื่องยนต์มีกลิ่นเหม็นไหม้น้ำมันเครื่องจนต้องไปร้องเรียน สคบ.เมื่อวันที่ 8 ก.พ.นั้น นายอุเทน หรือ คิม ไทยแลนด์ กล่าวว่า เป็นรถจักรยานยนต์ฮาเลย์ฯ คันที่ 4 แล้ว ตนซื้อมาใช้ขับขี่ไปเที่ยวต่างจังหวัดกันมีเพื่อนๆ ร่วมกลุ่ม “HD SAMUT PRAKARN” ที่มีพี่เอ๋ ชมสวัสดิ์ อัศวเหม เป็นประธานกิตติมศักดิ์ 

เหตุผลที่ตนเลือกใช้รถยี่ห้อนี้เพราะเราคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก แม้ราคาสูงแต่เทียบกับสมรรถนะของรถจักรยานยนต์อื่นแล้วฮาเลย์ฯ เหนือกว่าทุกด้าน  แต่เมื่อมาเจอปัญหานี้แล้วตัวแทนจำหน่าย ฮาเลย์ เดวิดสัน ศูนย์ AAS ฮาเลย์ฯ ประเทศไทย ถนนวิภาวดีฯ กลับแก้ปัญหาให้ตนไม่ได้ ก็เลยต้องไปพึ่ง สคบ.เป็นตัวกลางในการเจรจาก่อนอันดับแรก ตอนนี้คิดว่าอาจจะต้องให้ทนายความยืนฟ้องร้องศาลเป็นอันดับต่อไปถ้ายังตกลงกันไม่ได้

เคยเจอพี่หม่ำ จ๊กม๊ก เข้าไปขอถ่ายรูปกับแกๆ เห็นก็ชอบใจบอกเหมือนจริงๆ  ก่อนจะขอเบอร์โทรติดต่อเอาไว้ เผื่อมีโอกาสจะได้ชวนไปเล่นหนังด้วย  

สำหรับเป้าหมายของตนก็อยากจะเลียนแบบ คิม จอม อึน ไปเรื่อยๆ แบบนี้สนุกดี ไม่ต้องทำอะไรมาก ยืนนิ่งๆ ไม่ต้องยิ้ม ยกมือท่าแบบผู้นำเกาหลีเหนือ แค่นี้คนก็มีความสุข เป็นการแบ่งปันความสุขให้คนอื่นคืนสังคม  

นายอุเทน กล่าวอีกว่า เป้าหมายชีวิตเวลานี้ กำลังวางแผนกับเพื่อนๆ ว่าจะไปเที่ยวเวียดนามกันอยู่พอดี  ซึ่งเห็นข่าวล่าสุดการเจรจาระหว่างผู้นำเกาหลีเหนือ นายคิม จอง อึน กับ โดนัลด์ ทรัมป์ กำหนดไว้ ปลายเดือน ก.พ.ที่เวียดนาม หากมีโอกาสก็อาจจะได้ไปประกาศความเป็น คิม ไทยแลนด์ ให้สื่อมวลชนที่นั่นเป็นสีสันข่าวได้บ้าง

สำหรับเรื่องการเมืองก็สนใจอยู่บ้าง วันก่อนเดินกลับขึ้นรถผ่านหน้า กกต.พอดี มีสื่อฯมาขอถ่ายรูปและสัมภาษณ์ก็บอกไปว่ามีพรรคเป็นของตัวเองคือ พรรคนิวเคลียร์ เพื่อนๆ ช่วยกันคิดและตั้งให้ทำภาพอินโฟกราฟฟิคออกมาโพสต์เฟซบุ๊กสนุกๆ ขำๆ ที่เลือกชื่อนิวเคลียร์เพราะมันครอบคลุมหมด ไม่ว่าจะเป็น ระเบิด ปรมาณู ขีปนาวุธ เรือดำน้ำ โดยมีนโยบายพรรคขำๆ ว่า

”1.ใครยืมเงิน ไม่จ่าย…ยิง  

2.ใครไม่ไลค์ เฟซบุ๊ก…ยิง  

3.ใครไม่แชร์…ยิง  

4.ใครหน้าตาหล่อกว่า…ยิง  

5.ใครกวนTeen ในเฟซบุ๊ก…ยิง 

6.ใครไม่รักท่านผู้นำ…ยิง  

แต่ขอฝากถึงประชาชนพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศที่มีสิทธิเลือกตั้ง ว่า วันที่ 24 มีนาคมนี้ประเทศเราจะมีโอกาสเลือกตั้ง หลังจากโดนยึดอำนาจไปกว่า 5 ปี เมื่อมีโอกาสก็ขอให้ออกไปใช้สิทธิใช้เสียงกัน อย่านอนหลังทับสิทธิ จะเลือกพรรคไหนก็ได้มีใครว่ากัน เพราะเราเคารพในความคิดเห็นไม่ว่าจะเหมือนกันหรือเห็นต่าง

The post เจาะใจ ‘คิม ไทยแลนด์’ จบแค่ ม.3 เป็นเถ้าแก่รวย 100 ล้านก่อนวัย 40 ปี appeared first on MThai News.

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้
เจาะใจ ‘คิม ไทยแลนด์’ จบแค่ ม.3 เป็นเถ้าแก่รวย 100 ล้านก่อนวัย 40 ปี

พรรคไทยรักษาชาติ ขอบคุณทุกกำลังใจ ยัน! เดินหน้าต่อไปในสนามเลือกตั้ง

พรรคไทยรักษาชาติ โพสต์ขอบคุณทุกกำลังใจ ยืนยัน เดินหน้าต่อไปในสนามเลือกตั้งเพื่ออาสาแก้ปัญหาให้ประเทศและประชาชน

วันที่ 10 ก.พ. 2562 พรรคไทยรักษาชาติ ได้โพสต์ข้อความผ่านแฟนเพจว่า พรรคไทยรักษาชาติ ขอขอบคุณทุกกำลังใจที่หลั่งไหลกันเข้ามาให้ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ทางพรรคขอยืนยันกับพี่น้องประชาชน พรรคไทยรักษาชาติยังคงมีจุดยืนดังเดิมและจะเดินหน้าต่อไปในสนามเลือกตั้งเพื่ออาสาแก้ปัญหาให้ประเทศและประชาชน

 

The post พรรคไทยรักษาชาติ ขอบคุณทุกกำลังใจ ยัน! เดินหน้าต่อไปในสนามเลือกตั้ง appeared first on MThai News.

‘ชารางแดง’ พืชสมุนไพรแปรรูป กลุ่มเกษตรกรทำสวนเกาะเกร็ด สร้างรายได้ดี

‘รางแดง’ เป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านชนิดหนึ่งของไทย ซึ่งที่เกาะเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เอง มีปลูกกันมานานแล้ว นิยมนำใบมาคั่วแล้วชงกับน้ำดื่มเหมือนชา มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง โดยปัจจุบัน ‘กลุ่มเกษตรกรทำสวนเกาะเกร็ด’ ได้นำใบรางแดงมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ชารางแดงจำหน่าย ภายใต้แบรนด์ ‘ชารางแดงมงคล’ สร้างรายได้ดีให้กับสมาชิก

ทีมข่าว MThai เดินทางข้ามเรือไปยังเกาะเกร็ด แล้วนั่งมอเตอร์ไซด์ลัดเลาะไปตามตรอกซอยแคบๆ บนเกาะ ไปจนถึงบ้านของ มงคลชัย หรั่งช้าง ผู้ริเริ่มก่อตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนดังกล่าว เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องราวความเป็นมาเป็นไปของใบชารางแดง

น้ำท่วมใหญ่ ทุเรียนตาย ตาชารางแดงยังอยู่

ย้อนกลับไปก่อนที่จะหันมาจับชารางแดงเป็นพืชสร้างรายได้ มงคลชัยเล่าให้เราฟังว่า เขาเคยทำงานเป็นนักหนังสือพิมพ์มาก่อน อยู่โต๊ะข่าวอาชญากรรมมา 10 กว่าปี จนกระทั่งเมื่อทุเรียนที่ปลูกไว้เริ่มได้ผล พอดีกับมีโครงการเออร์ลี่ไรไทร์ ก็เลยลาออกมาทำสวนทุเรียนเต็มตัว

“ตอนนั้นผมขายอยู่ลูกละ 600-700 บาท หรูแล้ว มีอยู่ 90 กว่าต้น ผมตัดทุเรียนปีหนึ่งก็หลายแสนอยู่ ทุเรียนนนท์ดียังไง? มันแห้ง ยิ่งหมอนทอง จะแห้ง ไม่เละ และเมื่อสุกแล้วถ้ายังไม่แกะก็ยังไม่งอม”

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นตอนน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 เมื่อทำทุกวิถีทางแล้วแต่ไม่อาจต้านทานน้ำซึ่งเอ่อล้นคันกั้นได้ ทำให้ต้นทุเรียนของมงคลชัยตายหมด ตอนนั้นเผอิญชารางแดงซึ่งเป็นไม้เถาเกาะอยู่กับต้นทองหลางไม่ตาย จึงนำไปสู่ความคิดที่จะนำมาแปรรูปจำหน่าย

“สมัยก่อนเราเป็นลูกศิษย์วัด หลวงตาแกก็จะให้เราไปเก็บใบชารางแดงนี้ แกก็เอามาคั่วๆ แล้วก็ต้มเป็นน้ำชากิน บอกเอาเถอะน่า เอ็งกินไปเถอะ มันดี มันแก้โอ้โน่นแก้ไอ้นี่ คนโบราณเขาว่าอย่างนั้น

“เมื่อก่อนนี้เราไม่ได้คิดที่จะทำขาย เพราะว่ามีคนทำอยู่แล้ว 2 เจ้า คนบ้านเรามักจะติดการเกรงใจ เมื่อพี่ทำแล้วฉันก็จะไม่ทำ งั้นเอ็งเก็บใบมาขายข้าสิ แล้วช่วงนั้นช่วงโอท็อปกำลังบูมมาก คนที่ขายก็ขายดี เราก็เก็บใบไปขายเขาอย่างเดียว ไม่ได้คิดอะไร พอไปอยู่กับกลุ่มเกษตรกรทำสวนเกาะเกร็ด ทางกรมส่งเสริมการเกษตรเขาให้เราต้องแปรรูปเอง เพื่อจะเข้ามาตรฐาน 5 ข้อของเขา ผมก็เลยลองทำชาตัวนี้ดู”

มงคลชัย กับภรรยาของเขา อุทัย ศรีรุ่งเรือง ลองผิดลองถูกอยู่นาน ทำชาออกมาไม่หอมบ้าง เป็นเชื้อราบ้าง ไม่ได้รสชาติบ้าง เรียกว่าตลอดปี 2556 ทำเสียหมด ขายไม่ได้เลย จนกระทั่งปี 2557 ถึงเริ่มขายได้

ส่งเสริมให้สมาชิกปลูก มีรายได้

จากนั้นมงคลชัยจึงได้รวบรวมสมาชิกก่อตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนขึ้นมา ซึ่งเมื่อรวมกลุ่มกันก็จะทำให้ได้รับการช่วยเหลือและสนับสนุนจากทางภาครัฐในหลายๆ ด้าน เช่น จากกองทุนฟื้นฟูเกษตรกร ได้มา 2 หมื่นบาท นำไปซื้อเสาปูนแจกบ้านละ 4 ต้น ต้นพันธุ์บ้านละ 2 ต้น ไปปักไปปลูกให้ หรือจากกรมพัฒนาชุมชนก็ได้พวกเครื่องจักรอย่างเครื่องตัดกับเครื่องอบมา

“ทั้งหมด 36 สมาชิก ทุกคนวันนี้แฮปปี้หมด ที่ผมชวนเขามาทำ เพราะทุกคนทำแล้วขายได้ ถ้าคุณนั่งรถเข้ามาทางสายในจะเห็นปลูกแทบทุกบ้าน เพราะผมส่งเสริมให้ปลูกหมด แล้วผมก็จะไปรับซื้อใบแก่ กิโลกรัมละ 70 บาท เป็นรายได้ที่ดีพอสมควรกับคนที่อยู่ที่บ้าน เปรียบเทียบกับการปลูกกล้วยหรือปลูกข้าวโพด ใบชารางแดงมีรายได้ดีกว่า เพราะปลูกครั้งเดียวจบเลย อันนั้นต้องปลูกอยู่ตลอด ถ้าเกิดคุณไม่เก็บ เรามีเจ้าหน้าที่ไปเก็บ โดยหักกิโลกรัมละ 20 บาท คุณก็ยังเหลือ 50 บาท นั่งกินกาแฟไปเลย ได้ 50 บาท

“พอถึงวันก็จะมารวมทำกัน หมายความว่า สมมุติอาทิตย์นี้ ผมซื้อบ้านนาย ก. นาย ข. นาย ค. มาคนละ 20 กิโลกรัม ทุกคนก็จะมาช่วยกันทำ ซื้อสวนใครสวนนั้นก็ต้องมาทำ เขาจะได้รู้ว่าใบเขาเป็นยังไง สกปรกมั้ย มีแมลงไปกวนมั้ย แต่ต้นนี้เป็นเหมือนต้นยา แมลงจะไม่มี ใบไม่เป็นหนอนเป็นอะไร แต่คุณได้ไปแล้วกิโลกรัมละ 70 บาท แต่ส่วนที่มาทำจนกระบวนการเสร็จออกมาเป็นถุง ก็จะคิดออกมา ที่ผมคิดทีแรก ผมให้วันละ 250 มันก็จะเหนื่อยวันแรก พอวันสองวันสาม อย่างเช่นใส่ถุงหรืออบ มันใช้คนน้อยแล้ว ถ้าเราใช้คนเหมือนวันแรก กลุ่มก็เสร็จ เพราะค่าใช้จ่ายไปอยู่ตรงนั้นหมด งบก็มาจากเงินหุ้นมาซื้อ ลงบัญชี ฝากแบงก์ ในนามกลุ่ม”

จากเมื่อก่อน กลุ่มมีทุนเรือนหุ้นไม่กี่พันบาท ปัจจุบันนี้มีแสนกว่าบาท

“คือผมก็ระดมหุ้นเข้ามา ปีที่แล้วเรากำไรสุทธิอยู่ที่ 16,000 บาท พอประชุมใหญ่ ผมก็จะปันผลหุ้นละ 5 เปอร์เซ็นต์ ก็จะปันผลทุกปี มีรายได้ทุกปี แต่ปีที่แล้วครึ่งปีหลังยอดตก จากขายได้เดือนละหลายหมื่น บางทีเหลือเดือนละหมื่นกว่าบาท เพราะเศรษฐกิจมันทรุด”

วิธีแปรรูป-จำหน่าย

มงคลชัยบอกว่าเวลาเก็บใบจะคัดเลือกใบแก่เขาเคยลองเก็บใบอ่อนมาทำเหมือนกันแต่ปรากฏว่าออกมาเละ

“ตอนที่หลวงตาให้เราไปเก็บเขาก็ให้เราไปเก็บใบแก่แสดงความคุณสมบัติใบอ่อนมันใช้ไม่ได้”

เก็บใบมาปุ๊ป ก็จะมาคัดเลือก เสร็จแล้วเอาไปล้าง ล้างเสร็จก็เข้าเครื่องตัด

“เมื่อก่อนเราตัดมือ ใช้กรรไกรตัด ใบออกมาก็จะไม่ค่อยสวยนัก พอดีได้งบประมาณมาเราก็ไปซื้อเครื่องตัดมา เข้าเครื่องตัด ตัดเสร็จก็มาตากแดดหนึ่ง แล้วกลับมานึ่ง เพื่อฆ่าเชื้อและให้มีกลิ่นหอม นึ่งแล้วกลับไปตากใหม่ เหมือนกับผึ่งให้แห้ง

“ใบชา พอทำไปมากๆ เราจะรู้ว่า ควรจะตากประมาณไหน มันถึงจะได้กลิ่นหอม ได้รสชาติ จริงๆ แล้วคนโบราณเขาจะให้เราตากแค่แดดเดียว เหมือนปลา เหมือนเนื้อ ซึ่งความร้อนที่ 40-50 องศา จะดีมาก ตู้พลังงานนี้ร้อนสุดอาจจะถึง 70 องศา พอร้อนได้ที่ปุ๊ป เราต้องเอาออกมาเลย ต้องพยายามเข้าไปเช็ค ผมกำลังจะติดเทอร์โมสตัท กำลังให้ทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยเข้ามาช่วย พอร้อนถึงอุณหภูมิหนึ่ง พัดลมจะเป่าอากาศออกเลย เขากำลังจะมาติดให้อยู่ ก็เป็นอะไรที่น่าสนใจ

“พอตากเสร็จก็นำไปอบ อบเสร็จ ถ้าแบบใบ เราบรรจุเอง แต่แบบซองชง เราส่งไปบรรจุที่อุทัยประสิทธิ์ เป็นบริษัทยา อยู่ที่ปราจีนบุรี เราดีลงานกับเขาอยู่ จ้างเขาบรรจุซองละ 4.45 บาท ไปทีก็หมื่นกว่าซอง ส่งไปที 13-14 กิโลกรัม เดือนละครั้ง เพราะเครื่องบรรจุตัวนี้ราคาเกือบ 4 แสน ถ้าในระยะยาวจริงๆ แล้วซื้อคุ้ม แต่ถ้าสภาพตอนนี้จ้างบรรจุดีกว่า ไม่ต้องเอาเงินขนาดนั้นไปลงทุน ผมยังขาดเครื่องยิงระบุวันที่ผลิต วันหมดอายุ ราคาประมาณ 17,000 ก็เลยยังไม่โอเคเท่าที่ควร เพราะบางคนถามว่า มันผลิตเมื่อไหร่”

ชารางแดงมงคลแบบใบส่งอยู่ที่ห่อละ 25 บาทแบบซองชง (มี 20 ซองเล็ก) ส่งอยู่ที่ห่อละ 50 บาทมีตัวแทนจำหน่ายอยู่เกือบทั่วประเทศปัจจุบันเป็นแพ็คเกจจิ้งแบบใหม่ที่ได้นักศึกษาจากม.เกษตรบางเขนมาช่วยออกแบบให้นอกจากนี้ล่าสุดยังมีชารางแดงน้ำผึ้งมะนาวในรูปแบบเครื่องดื่มบรรจุขวดจำหน่ายในราคาขวดละ 15 บาทด้วย

โดยรายได้ของกลุ่ม ณ ปัจจุบัน ยังไม่หักค่าใช้จ่าย ตกประมาณเดือนละ 50,000 บาท ซึ่งแต่ก่อนขายได้เกือบๆ 2 แสนบาท ขณะที่ส่วนตัวของครอบครัวมงคลชัยเอง มอบหมายให้ลูกชายขายทางออนไลน์ ตกเดือนละประมาณ 30,000 บาท

ความเป็น ‘ชา’ และความเป็น ‘ยา’ ปัญหาและอุปสรรค

เส้นทางของการทำสินค้าสักตัวในนามของกลุ่มเกษตกร คงไม่ได้สวยหรูไปเสียทั้งหมด มงคลชัยเล่าให้เราฟังถึงปัญหาและอุปสรรคหลายอย่าง ที่ทำให้ชารางแดง แม้จะยังไปได้เรื่อยๆ สามารถจำหน่ายสร้างรายได้ให้กลับสมาชิกลุ่ม แต่หนทางของการเติบโตในเชิงธุรกิจนั้น ต้องเรียกว่าไปไม่สุด เพราะมีเพดานของมันอยู่

“เรามามีปัญหาที่กระทรวงสาธารณสุข เรื่องเลขจดแจ้ง เขาบอกว่าถ้าเราเป็นโอท็อป โอเค ไม่เป็นไร แต่ควรจะทำให้มันถูกต้องซะ ก็เลยมาวิ่งหามาตรฐานหาอะไรกัน สรุปแล้ว ใบชารางแดง คุณสมบัติคือเป็นยา โดนตีตกเลย คือจบ เราไม่สามารถที่จะมาทำเป็นใบชาได้ เพราะคุณสมบัติเขาเป็นยา เราต้องไปทำแคปซูล ต้องไปเข้าหมวดยา คือตัวนี้มันเป็นยาสามัญประจำบ้าน เขาก็เลยไม่ให้เรามาทำตรงนี้ เพราะเราจะทำเชิงเดี่ยวไม่ได้ มันต้องไปผสมกับตัวอื่น ผมก็วิ่งอยู่ 2 ปีกว่าๆ จนเลิก ไม่สามารถขอเลขจดแจ้งได้ ฉะนั้นตลาดเรา มันก็เลยเป็นตลาดล่างๆ เป็นตลาดโอท็อป เป็นตลาดขายตามทั่วไป ไม่สามารถจะไปวางในเซเว่นฯ หรือไปอยู่ในห้างได้ ปัจจุบันนี้ถามว่ามันไปได้มั้ย ไปได้ แต่เติบโตค่อนข้างยาก ยากมาก ทั้งๆ ที่คุณสมบัติมันดี แต่เราไม่มีมาตรฐานของสินค้า”

อย่างไรก็ตาม มงคลชัยยืนยันในเรื่องกระบวนการผลิตที่สะอาด ปลอดภัย มั่นใจได้

“ลูกค้าติดเพราะว่ากินแล้วได้ผล  คนที่กินเขาบอกความดันเบาหวานเขาลด ผมเคยถามตอนเอาไปวิเคราะห์ ว่ากินมากๆ มีสารตกค้างมีอะไรมั้ย ปรากฏว่าไม่มี ก็โชคดีไป”

มงคลชัยเล่าต่อว่า ทุกวันนี้ต้นทุนในการผลิตก็สูงขึ้นมากกว่าตอนเริ่มต้นด้วย บวกกับเศรษฐกิจที่ซบเซา ก็ทำให้รายได้ค่อนข้างลดลงในระยะหลัง

“ทุกวันนี้ถ้าจะลงทุนอะไรเกี่ยวกับตรงนี้ ค่อนข้างจะเสียดายตังค์ เพราะเราหามาตรฐานให้ตัวเราเองไม่ได้ อย. บอกว่า ตัวนี้ไม่ได้คุณก็ทำตัวอื่นสิ อย่างเช่น ชาตะไคร้ ก็ทำได้ครับ แต่มันไม่เป็นที่นิยม เตยเอารากมาทำชาก็ได้ แต่คนก็ไม่กิน อันนั้นขอเลขได้ หรือชามะลิ แต่พวกนั้นมันขายไม่ได้”

“ตอนนี้สำหรับผมก็เลยถือว่าชานี่ลดมาเป็นรายได้เสริม แต่การทำเกษตรกรรมเราไม่ได้ทำเชิงเดี่ยว ทุกวันนี้ก็พยายามกลับมาปลูกทุเรียน แต่ทุเรียนตอนนี้โลกมันเปลี่ยน อากาศเปลี่ยน ทุเรียนเป็นของปลูกยาก สวนไหนที่มีถือว่าโชคดี ทุเรียนนนท์ ตอนนี้ลูกหนึ่ง อย่างหมอนทอง ที่ว่าไม่ได้ๆ ก็ลูกละ 4,000 พัน ราคาจากสวน ผมมาโดนน้ำเค็มอีกรอบปี 57 ตอนนี้ไม่ใช้น้ำแม่น้ำเลย ใช้น้ำประปากับน้ำฝน เพราะโลกมันเปลี่ยนไป เสี่ยง คือบ้านเราไม่เอาจริงเอาจังกับเรื่องสภาพแวดล้อมเลย ตอนนี้ปลูกไว้ร้อยกว่าต้น ค่าใช้จ่ายต่อเดือนเกือบหมื่น ฮอร์โมนหนอน ฮอร์โมนทางใบ ปุ๋ย ดูแลอย่างกับลูก ถ้าไม่ดูแลอย่างกับลูกนี่จบ อาศัยว่าใจมันรัก อยู่ตรงนี้ก็ทำมันไป คิดว่าไม่เกินอีก 2 ปี ก็คงจะได้กิน” มงคลชัยกล่าวทิ้งท้าย

สนใจติดต่อ ชารางแดงมงคล โทร./Line: 091-721-2822, 091-873-2283, Facebook: ชารางแดงมงคล

ข้อมูลน่าสนใจของรางแดง

สมุนไพรรางแดงมีชื่อท้องถิ่นอื่นๆเช่นก้องแกบก้องแกบเครือเถามวกเหล็กเถาวัลย์เหล็กกะเลียงแดงย่านอีเหล็กฯลฯ

ต้นรางแดง จัดเป็นไม้เถายืนต้นกึ่งพุ่ม มักเลื้อยตามต้นไม้และกิ่งไม้ ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการทาบเถา กิ่งชำ กิ่งตอน และใช้เมล็ด พรรณไม้ชนิดนี้มักขึ้นตามป่าโปร่ง มีถิ่นกำเนิดอยู่ทางจังหวัดสระบุรี ส่วนในกรุงเทพฯ มีการปลูกกันบ้างตามบ้าน

ใบรางแดง แผ่นใบเป็นสีเขียว ใบคล้ายกับใบเล็บมือนางหรือกะดังงาไทย ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปไข่ยาว รูปไข่แกมขอบขนาน หรือรูปวงรีแกมขอบขนาน ปลายใบแหลม ขอบใบเป็นหยักตื้น ใบมีขนาดกว้างประมาณ 4-6 เซนติเมตร และยาวประมาณ 8-14 เซนติเมตร ส่วนก้านใบสั้น

หมอยาอีสานจะมีทั้งใช้เถานำมาต้มกิน หรือนำใบมาชงเป็นชา ซึ่งอาจใช้แบบเดี่ยว ๆ หรือใช้ร่วมกับสมุนไพรอื่นๆ เพื่อเป็นยาบำรุงกำลัง ช่วยแก้เส้น แก้เอ็น อาการปวดหลัง ปวดเอง ปวดแข้ง ปวดขา ส่วนหมอยาไทยใหญ่ จะใช้ใบรางแดงนำมาปิ้งกับไฟชงกับน้ำร้อนกินแทนชา เป็นยารักษาอาการปวดเมื่อย ปวดหลังปวดเอว แก้อาการอ่อนเพลีย นอกจากนี้ยังใช้เป็นยาล้างไต ด้วยการใช้ใบชงใส่น้ำร้อน หรือจะใช้รากหรือเถานำมาหั่นตากแห้ง แล้วต้มกินก็ได้ (ที่มา: medthai.com, disthai.com)

The post ‘ชารางแดง’ พืชสมุนไพรแปรรูป กลุ่มเกษตรกรทำสวนเกาะเกร็ด สร้างรายได้ดี appeared first on MThai News.

อีซี่บร๊านเชสเน็ตเวิร์ค จะช่วยแบ่งปันข่าวสารหรือเนื้อหาต่างๆของคุณกับเครื่อข่ายของอีซี่บร๊านเชสที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลก

อีซี่บร๊านเชสเน็ตเวิร์ค จะช่วยแบ่งปันข่าวสารหรือเนื้อหาต่างๆของคุณกับเครื่อข่ายของอีซี่บร๊านเชสที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลก

ลงประกาศ
โฆษณาโดยอีซี่บร้านเซสAgency Sign-up Fill in the form and our consultants will contact you as soon as possible in order to give you all the information you need to sale, rent Your real estate, propertyนิตยสาร Sea Yachting ค้นพบโลกพิเศษของเรือยอชท์สุดหรูด้วยการออกแบบที่เหนือชั้นความสะดวกสบายและสไตล์รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เป็นกฎหมายลำดับศักดิ์สูงสุดแห่งราชอาณาจักรไทย กฎหมายอื่นใดจะขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญไม่ได้ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบการปกครองของประเทศ ซึ่งตั้งแต่ พ.ศ. 2475 ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญแล้วทั้งสิ้น 20 ฉบับ รัฐธรรมนูญฉบสายการบินอินโดนีเซียเจ้าแรกที่เข้าร่วมกับ SkyTeam ค้นพบความมหัศจรรย์ของหาดจอมเทียนเมืองพัทยาประเทศไทย จอมเทียนซีไซด์เฮาส์ให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการที่หลากหลายแก่แขกของเราเพื่อการพักที่น่าจดจำในราคาที่สมเหตุสมผลDealer for New Exclusive Super Sport Cars Direct Delivery
boatshowchina.comexpolifestyle.com