ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวานนี้ (17 เม.ย.) มีมติรับทราบ (ร่าง) Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 – 2573 ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสน

Roadmap ลด-เลิก ใช้พลาสติก 2561 – 2573 และผลกระทบต่อผู้ประกอบการ

อ่านข่าว Roadmap ลด-เลิก ใช้พลาสติก 2561 – 2573 และผลกระทบต่อผู้ประกอบการ

ข่าว Roadmap ลด-เลิก ใช้พลาสติก 2561 – 2573 และผลกระทบต่อผู้ประกอบการ

ข้อมูลRoadmap ลด-เลิก ใช้พลาสติก 2561 – 2573 และผลกระทบต่อผู้ประกอบการ

ดูข่าว Roadmap ลด-เลิก ใช้พลาสติก 2561 – 2573 และผลกระทบต่อผู้ประกอบการ
หาข่าว Roadmap ลด-เลิก ใช้พลาสติก 2561 – 2573 และผลกระทบต่อผู้ประกอบการ
  • 2019-04-18 16:05:02 3 เดือนที่ผ่านมา
  • เปิดอ่าน 7,313
188
ถูกแชร์ทั้งหมด

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวานนี้ (17 เม.ย.) มีมติรับทราบ (ร่าง) Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 – 2573 ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ เพื่อใช้เป็นกรอบนโยบายการบริหารจัดการขยะพลาสติกในภาพรวมของประเทศ โดยคาดว่าจะลดปริมาณขยะพลาสติกได้ประมาณ 0.78 ล้านตันต่อปี และสามารถประหยัดงบประมาณในการจัดการขยะมูลฝอยได้ประมาณ 3.9 พันล้านบาทต่อปี

โรดแมปดังกล่าว แบ่งเป็น 2 เป้าหมาย ดังนี้

เป้าหมายที่ 1 ลด เลิกใช้พลาสติก และใช้วัสดุทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แบ่งเป็นสองช่วง

  • ระยะที่หนึ่ง คือภายในปี 2562 จะให้เลิกใช้พลาสติก 3 ชนิด ประกอบด้วย พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม, พลาสติกผสมสารอ็อกโซ่ และพลาสติกผสมไมโครบีดส์
  • ระยะที่สอง จะยกเลิกให้ใช้ภายในปี 2565 อีก 4 ชนิด คือพลาสติกหูหิ้วที่มีความหนาน้อยกว่า 36 ไมครอน, กล่องโฟมบรรจุอาหาร, หลอดพลาสติก ที่มีข้อยกเว้นสำหรับใช้กับเด็ก คนชรา และผู้ป่วย และแก้วพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว

เป้าหมายที่ 2 จะเป็นการนำขยะพลาสติกเป้าหมายกลับมาใช้ประโยชน์ร้อยละ 100 ภายในปี 2570 โดยจะมีการศึกษาและกำหนดเป้าหมายในส่วนที่จะนำกลับมาใช้ประโยชน์ ขณะที่ของเสียจะถูกนำไปกำจัดให้ถูกวิธี โดยแผนปฏิบัติการจะแบ่งเป็น 3 มาตรการ

  1. มาตรการลดการเลิกขยะพลาสติก ณ แหล่งกำเนิด โดยจะมีการสนับสนุนการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  2. มาตรการ ลด เลิกใช้พลาสติก ณ ขั้นตอนการบริโภค โดยขับเคลื่อนการลด เลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว
  3. มาตรการจัดการขยะพลาสติกหลังการบริโภค โดยจะมีการส่งเสริม สนับสนุนการนำขยะพลาสติกเข้าสู่การนำกลับมาใช้ให้เป็นประโยชน์

ทั้งนี้ Economic Intelligence Center หรือ EIC ธนาคารไทยพาณิชย์ มองว่า ภายใต้มาตรการลดใช้พลาสติก เป็นทั้งความท้าทายและโอกาสของผู้ประกอบการ

โดยต้นทุนของผู้ประกอบการในธุรกิจขึ้นรูปผลิตภัณฑ์พลาสติกและบรรจุภัณฑ์พลาสติกมีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากต้องหาวัตถุดิบชนิดใหม่มาใช้ทดแทนพลาสติกของเดิมที่ถูกยกเลิกไป และจำเป็นต้องใช้งานได้เทียบเคียงวัสดุเดิมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้มีต้นทุนสูงขึ้น ตัวอย่างเช่น ต้นทุนการผลิตหลอดพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้เองจะสูงกว่าต้นทุนหลอดพลาสติกแบบดั้งเดิมอยู่ราว 1 เท่า

ขณะที่การห้ามใช้ single-use plastic สามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการที่สามารถรีไซเคิลพลาสติกประเภท PET เพราะเป็นพลาสติกประเภทนำมาผลิตใหม่ได้ (re-material) เช่น พลาสติกประเภท PET ที่นำไปผลิตขวดน้ำดื่มพลาสติก สามารถนำไปผ่านกระบวนการ  ทำให้ขวดน้ำพลาสติกถูกนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ได้อีกเป็น 100 ครั้ง การเก็บพลาสติกชนิดดังกล่าวกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตใหม่ หรือการนำมาใช้ซ้ำ จึงสร้างโอกาสให้ทั้งผู้ผลิตพลาสติก PET รวมถึงธุรกิจรีไซเคิลพลาสติก PET

อีไอซีมองว่า ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกไทย ควรรับมือด้วยการผลิตบรรจุภัณฑ์แบบใหม่ที่สามารถย่อยสลายได้ เช่น Bioplastic ที่ทำมาจากอ้อย และมันสำปะหลัง ซึ่งได้เริ่มเห็นเทรนด์การเพิ่มสัดส่วนการผลิต Bioplastic และลดสัดส่วนการผลิตพลาสติกที่ยากต่อการนำมา Recycle ของผู้เล่นในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอื่น เช่น อุตสาหกรรมอาหาร อาจหาช่องทางในการผลิตผลิตภัณฑ์หรือภาชนะที่สามารถย่อยสลายได้ชนิดอื่นทดแทนพลาสติก เช่น หลอดดูดน้ำจากสาหร่ายทะเลหรือผลิตจากข้าว ช้อนกินได้จากแป้งสาลี เป็นต้น


รู้หรือไม่?

  • ขยะพลาสติกถูกทิ้งลงสู่แหล่งน้ำทั่วโลกประมาณปีละ 8 ล้านตัน โดย Ocean Conservancy ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรที่ศึกษาเรื่องการรักษาทรัพยากรทางทะเลคาดการณ์ว่า ขณะนี้ มีขยะพลาสติกไหลเวียนอยู่ในมหาสมุทร ทะเล และแหล่งน้ำทั่วโลกถึงกว่า 150 ล้านตัน สะสมต่อเนื่องจากปี 1950
  • กรมควบคุมมลพิษประมาณการว่า ขยะพลาสติกในไทยมีประมาณปีละมากกว่า 2 ล้านตัน คิดเป็น 12% ของปริมาณขยะมูลฝอยทั้งหมด ถึงแม้ว่าบางส่วนจะถูกกำจัดหรือนำกลับไปใช้ประโยชน์ แต่ก็มีอีกราว 1 ล้านตันที่ถูกทิ้งลงสู่ทะเล
  • จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยจอร์เจียในปี 2015 พบว่าประเทศไทยจัดเป็นอันดับ 6 ที่ทิ้งขยะพลาสติกลงสู่ทะเลมากที่สุดรองจาก จีน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และศรีลังกา
  • ขยะพลาสติกของไทยที่พบได้มากที่สุดในทะเล ได้แก่ ถุง(13%) หลอด(10%)  ฝาพลาสติก(8%) และภาชนะบรระจุอาหาร(8%)

อ้างอิง: ความท้าทายและโอกาสของผู้ประกอบการภายใต้มาตรการลดใช้พลาสติก โดย Economic Intelligence Center (EIC)

The post Roadmap ลด-เลิก ใช้พลาสติก 2561 – 2573 และผลกระทบต่อผู้ประกอบการ appeared first on MThai News.

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้
Roadmap ลด-เลิก ใช้พลาสติก 2561 – 2573 และผลกระทบต่อผู้ประกอบการ

อีซี่บร๊านเชสเน็ตเวิร์ค จะช่วยแบ่งปันข่าวสารหรือเนื้อหาต่างๆของคุณกับเครื่อข่ายของอีซี่บร๊านเชสที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลก

ลงประกาศ
โฆษณาโดยอีซี่บร้านเซส