พรรณิการ์ จัดหนัก แผนปฏิรูปสื่อ ซัดร่าง กม.ขัดหลักควบคุมกันเอง สภาวิชาชีพสื่อถูกแซกแทรงโดยรัฐ ระบุต้องไม่ให้การปิดกั้นข้อมูลข่าวสาร ปชช.เกิดขึ้นอีก T
‘ช่อ พรรณิการ์’ จัดหนัก!! ชี้แผนปฏิรูปสื่อ ร่าง กม.ขัดหลักควบคุมเอง

‘ช่อ พรรณิการ์’ จัดหนัก!! ชี้แผนปฏิรูปสื่อ ร่าง กม.ขัดหลักควบคุมเอง

อ่านข่าว ‘ช่อ พรรณิการ์’ จัดหนัก!! ชี้แผนปฏิรูปสื่อ ร่าง กม.ขัดหลักควบคุมเอง

ข่าว ‘ช่อ พรรณิการ์’ จัดหนัก!! ชี้แผนปฏิรูปสื่อ ร่าง กม.ขัดหลักควบคุมเอง

ข้อมูล‘ช่อ พรรณิการ์’ จัดหนัก!! ชี้แผนปฏิรูปสื่อ ร่าง กม.ขัดหลักควบคุมเอง

ดูข่าว ‘ช่อ พรรณิการ์’ จัดหนัก!! ชี้แผนปฏิรูปสื่อ ร่าง กม.ขัดหลักควบคุมเอง
หาข่าว ‘ช่อ พรรณิการ์’ จัดหนัก!! ชี้แผนปฏิรูปสื่อ ร่าง กม.ขัดหลักควบคุมเอง
  • 2019-06-27 01:05:01 8 เดือนที่ผ่านมา
  • เปิดอ่าน 2,825
109
ถูกแชร์ทั้งหมด

ประเด็นน่าสนใจ

  • ”ช่อ พรรณิการ์” จัดหนัก “แผนปฏิรูปสื่อ” ซัดร่าง กม.ขัดหลักควบคุมกันเอง
  • สภาวิชาชีพสื่อถูกแซกแทรงโดยรัฐ ระบุต้องไม่ให้การปิดกั้นข้อมูลข่าวสาร ปชช.เกิดขึ้นอีก

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ที่หอประชุมใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ อภิปรายแผนปฏิรูปที่ส่งมารายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรในทุก 3 เดือน โดยกล่าวถึงแผนการปฏิรูปสื่อว่า การปฏิรูปสื่อเป็นกลไกสำคัญที่จะนำไปสู่ประชาธิปไตยเข้มแข็ง ซึ่งอะไรปฏิรูปแล้วก้าวหน้าเป็นเรื่องน่ายินดี แต่สำหรับแผนการปฏิรูปครั้งนี้รู้สึกยินดีที่ไม่คืบหน้า

เนื่องจากบอกว่าเป็นแผนการการปฏิรูปสื่อแบบประชารัฐซึ่งไม่รู้หมายความว่าอย่างไรกันแน่ ทั้งนี้ แนวทางปฏิรูปสื่อมีหลักเกณฑ์เป้าหมาย 2 แนวทาง คือ 1. รณรงค์การรู้เท่าทันสื่อ และ 2.การกำหนดกฎเกณฑ์มาตฐานจริยธรรมสื่อ แต่การทำทั้ง 2 อย่างตามแนวทางประชารัฐนั้น ดูแล้วไม่ได้เป็นแนวทางส่งเสริมสิทธิเสรีภาพประชาชน แต่จะกลับเป็นการลิดรอนและคุกคามสิทธิเสรีภาพประชาชนโดยรัฐเอง

เพราะตัวกลไกสำคัญการปฏิรูปสื่อ คือ ร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมจริยธรรมและวิชาชีพสื่อ ซึ่งตั้งเป้าออกเป็นกฎหมายได้ 2561 แต่ตอนนี้ยันติดชั้นกฤษฎีกา ไม่สามารถออกได้ เพราะถูกค้านอย่างหนักจากสื่อ และภาคประชาสังคมต่างๆ เนื่องจากในแผนปฏิรูปสื่อฉบับนี้ กลับไม่ได้ส่งเสริมหลักสื่อควบคุมกำกับควบคุมกันเอง

“สิ่งที่เกิดขึ้น คือ สภาวิชาชีพสื่อ ในบรรดา 9 คน นั้น มาจากสมาคมสื่อ 5 คน และกรรมการ 5 คนนั้นคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอีก 4 คน ซึ่งสภาวิชาชีพสื่อ ทำหน้าที่ พิจารณารับจดแจ้งและเพิกถอนสมาชิกภาพขององค์กรวิชาชีพสื่อ กำหนดมาตรฐานกลางจริยธรรมสื่อมวลชน

นอกจากนี้ การแต่งตั้งคณะกรรมการจริยธรรม คณะหนึ่ง 7 คน ดูเรื่องละเมิดจริยธรรมสื่อมวลชน ลงโทษทางปกครองได้นั้นก็มีต้นน้ำมาจากสภาวิชาชีพ แต่ปัญหา คือ บทเฉพาะการของร่างกฎหมายฉบับนี้ กลับล็อกสป๊กให้ปลัดสำนักนายก และเลขาธิการ กสทช. เป็น 2 กรรมการตั้งตั้นในกรรมการสภาวิชาชีพสื่อ ซึ่งจะให้คุณให้โทษสื่อมวลชนทั้งประเทศ

นี่คือตัวแทนจากรัฐอย่างชัดเจน เป็นกรรมการชุดแรกที่จะกำหนดข้อบังคับทุกอย่าง ถามว่านี่คือแนวทางปฏิรูปสื่อแบบประชารัฐ ที่หมายถึงรัฐคุ้มครองสิทธิเสรีภาพหรือรัฐแทรกแซงการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนกันแน่” น.ส.พรรณิการ์ กล่าว

น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า กรณีของปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีนั้นชัดเจนว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ส่วนเลขาธิการ กสทช. เป็นองค์กรอิสระ แต่ผลงาน กสทช.รอบ 5 ปีที่ผ่านมา จากการรวบรวมสถิติของ ไอลอว์ พบว่ามีการลงโทษสื่อไปแล้วอย่างน้อย 59 ครั้ง

ถามว่าเอนเอียงทางการเมืองหรือไม่นั้นไม่ขอตัดสิน แต่อยากให้พิจารณาจากสถิติที่รวบรวมโดยไอลอว์ ระหว่าง 22 พ.ค. 57 ถึง 22 ก.พ. 62 พบว่า สถานีที่ถูกลงโทษมากสุดคือ วอยซ์ทีวี 24 ครั้ง พีชทีวี 14 ครั้ง ทีวี 24 3 ครั้ง ทีวีธรรมกาย 2 ครั้ง สปริง 1 ครั้ง เนชั่น 1 ครั้ง ฟ้าวันใหม่ 1 ครั้ง และสถานีโทรทัศน์ฟ้าวันใหม่ 1 ครั้ง นี่คือผลงาน กสทช. ที่เลขาฯ จะไปนั่งในสภาวิชาชีพสื่อ ที่จะมีวาระต่อไปอีก 4 ปี

“ด้วยเหตุผลที่ว่ามาทั้งหมดนี้ ไม่แปลกที่ร่างกฎหมายจะถูกต่อต้านโดยสมาคมสื่อ 30 องค์กร โดยให้เหตุผลว่า ร่างกฎหมายนี้ ไม่ได้อยู่บนหลักฐานคุ้มครองเสรีภาพสื่อ นั่นคือการกำกับคุ้มครองกันเอง สมาคมสื่อบอกตรงกันว่านี่คือการใช้อำนาจรัฐแทรกแซงการทำหน้าที่อย่างอิสระของสื่อมวลชน คำพูดนายกสมาคมวิทยุและโทรทัศน์ ระบุว่า ร่างกฎหมายนี้ มีการตั้งสภาวิชาชีพสื่อ เห็นได้ชัดว่าต้องการเข้ามาควบคุมสื่ออย่างชัดเจนไม่มีเหนียมอาย ต่างจากรัฐบาลในอดีตที่ต้องการควบคุมสื่อ ก็ต้องทำอย่างลับๆ” น.ส.พรรณิการ์ กล่าว

น.ส.พรรณิการ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ในยุค คสช. สื่อมวลชนถูกควบคุม มีการปล่อยให้สื่อที่สนับสนุน คสช. โจมตีฝั่งตรงข้ามโดยข้อมูลเท็จ บิดเบือน เกิดขึ้นเป็นประจำ ไม่มีการลงโทษ แต่นั่นคือเรื่องในอดีต เป็นสิ่งที่เกิดในยุคที่เป็นเผด็จการไม่มีสภาผู้แทนราษฎร

แต่วันนี้ เราในฐานะสภาผู้แทนราษฎร จะไม่ให้การลิดรอนสิทธิเสรีภาพสื่อ ปิดกั้นการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนแบบที่เกิดขึ้นในรัฐบาล คสช. เกิดขึ้นอีก แผนการปฏิรูปสื่อแบบประชารัฐที่อาจหมายถึงปิดหูประชาชนจะเกิดขึ้นอีกไม่ได้ในยุคที่มีสภาผู้แทนราษฎร เราต้องปกป้องการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน

The post ‘ช่อ พรรณิการ์’ จัดหนัก!! ชี้แผนปฏิรูปสื่อ ร่าง กม.ขัดหลักควบคุมเอง appeared first on MThai News.

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้
‘ช่อ พรรณิการ์’ จัดหนัก!! ชี้แผนปฏิรูปสื่อ ร่าง กม.ขัดหลักควบคุมเอง

‘ปิยบุตร’ เตรียมยื่นหลักฐาน 32 สส.ถือหุ้นสื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญ

ประเด็นน่าสนใจ

  • จากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้อง 32 ส.ส.ที่ถูกร้องว่าถือหุ้นสื่อไว้พิจารณาโดยไม่สั่งให้ยุติการปฎิบัติหน้าที่
  • นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่เปิดเผยว่า จะพิจารณาหาทางยื่นเอกสารเพิ่มเติมในกรณีดังกล่าว
  • ส่วนตัวยังหวังว่าศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาทุกคดีอย่างเท่าเทียม

สืบเนื่องจากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้อง 32 ส.ส.ที่ถูกร้องว่าถือหุ้นสื่อไว้พิจารณา โดยไม่สั่งให้ยุติการปฎิบัติหน้าที่
ล่าสุด นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่เปิดเผยว่า จะพิจารณาหาทางยื่นเอกสารเพิ่มเติมในกรณีดังกล่าว

พร้อมกันนี้นายปิยบุตรระบุว่า 32 คนที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องไว้ ไม่ใช่การจะมองว่าเป็นที่พอใจของพรรคหรือไม่ เพราะการกระทำทั้งหมดเป็นการทำตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละฝ่าย ส่วนตัวยังหวังว่าศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาทุกคดีอย่างเท่าเทียม

นอกจากนี้ในกรณีของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่อนุญาตให้ขยายเวลาการยื่นเอกสารเพิ่มนั้น ก็จะทำให้นายธนาธร มีเวลาส่งเอกสารถึงวันที่ 8 กรกฎาคม พร้อมรับว่า ที่ยื่นขอขยายเวลานั้น เพราะเห็นว่าคดีของนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ศาลรัฐธรรมนูญได้ขยายเวลายื่นเอกสารมาตลอด พรรคจึงทำตามบ้าง อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่าจะสู้คดีให้ถึงที่สุด

ทั้งนี้นายปิยบุตรระบุด้วยว่า ตนยังไม่แน่ใจว่าท้ายที่สุดแล้วศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินแบบใดแต่จากเอกสารที่ออกมานั้นดูเหมือนศาลรัฐธรรมนูญจะบอกว่าไม่ได้ดูแต่เหตุผลในหนังสือบริคณห์สนธิเท่านั้นและความประสงค์จะทำกิจการเท่านั้นแต่ดูว่าประกอบกิจการจริงๆหรือไม่

The post ‘ปิยบุตร’ เตรียมยื่นหลักฐาน 32 สส.ถือหุ้นสื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญ appeared first on MThai News.

ชายชาวรัสเซียถูกหมีคาบไปซุกถ้ำนานนับเดือน ‘รอดปาฏิหาริย์’

ประเด็นน่าสนใจ

  • ชายชาวรัสเซียได้รับการช่วยเหลือจากถ้ำซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของหมี หลังจากชายดังกล่าวถูกหมีทำร้ายอาการสาหัส และทิ้งเขาไว้ในถ้ำนานกว่า 1 เดือน
  • ชายคนนี้ได้รับความช่วยเหลือหลังนายพรานคนหนึ่งไปพบเข้า
  • ร่างกายของเขาบอบช้ำอย่างหนัก จนมีลักษณะคล้ายกับซากศพ

วันที่ 26 มิ.ย. 2562 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว กรณีชายชาวรัสเซียได้รับการช่วยเหลือจากถ้ำซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของหมี หลังจากชายดังกล่าวถูกหมีทำร้ายจนหลังหัก และทิ้งเขาไว้ในถ้ำนานกว่า 1 เดือน โดยรายงานระบุว่า หมีลากเขามาซุกในถ้ำ เพื่อที่จะกลับมากินเนื้อของเขาในภายหลัง

ทั้งนี้รายงานระบุว่าชายคนนี้มีชื่อว่าอเล็กซานเดอร์ ถูกค้นพบในสถาพคล้ายซากศพ หลังจากฝูงสุนัขล่าสัตว์ของกลุ่มพรานที่ออกล่าในภูมิภาคตูวา ในพื้นที่ไซบีเรียของของรัสเซียใกล้กับชายแดนประเทศมองโกเลียไปพบเข้า ซึ่งขณะนั้นกลุ่มพรานล่าสัตว์กับฝูงสุนัขเดินผ่านถ้ำ พวกสุนัขก็กรูกันวิ่งเข้าไปแต่พอถึงจุดนึงกลับไม่กล้าวิ่งต่อไป

อย่างไรก็ตาม นายพรานได้เข้าไปสำรวจภายในถ้ำ และพบร่างที่คล้ายซากศพของมนุษย์ ซึ่งในตอนแรกเหล่านายพรานคิดว่าร่างดังกล่าว เป็นซากมัมมี่ เนื่องจากมีลักษณะแห้งกรัง แต่หลังจากนั้นก็พบว่า ร่างดังกล่าวยังมีชีวิต ทำให้ความช่วยเหลือออกมาจากถ้ำแห่งนี้

รายงานชี้ว่า ร่างการของอเล็กซานเดอร์บอบช้ำหนัก และเปรอะเปื้อนไปด้วยรอยเลือดที่แห้งกรัง ร่างกายกลายเป็นสีขาวซีด ซึ่งน่าจะเกิดจากการอยู่ในที่มืดนาน ๆ ผิวหนังบางส่วนเน่าและอาการบาดเจ็บหลายจุด

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีรายงานาการล่าสุดของอเล็กซานเดอร์ ทราบแต่เพียงว่าเขายังคงได้รับการรักษาในโรงพยาบาล

The post ชายชาวรัสเซียถูกหมีคาบไปซุกถ้ำนานนับเดือน ‘รอดปาฏิหาริย์’ appeared first on MThai News.

ADVERTISING
โฆษณาเว็บไซต์ - ผู้เข้าชม

อีซี่บร๊านเชสเน็ตเวิร์ค จะช่วยแบ่งปันข่าวสารหรือเนื้อหาต่างๆของคุณกับเครื่อข่ายของอีซี่บร๊านเชสที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลก

ลงประกาศ
โฆษณาโดยอีซี่บร้านเซส
Agency Sign-up Fill in the form and our consultants will contact you as soon as possible in order to give you all the information you need to sale, rent Your real estate, propertyนิตยสาร Sea Yachting ค้นพบโลกพิเศษของเรือยอชท์สุดหรูด้วยการออกแบบที่เหนือชั้นความสะดวกสบายและสไตล์รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เป็นกฎหมายลำดับศักดิ์สูงสุดแห่งราชอาณาจักรไทย กฎหมายอื่นใดจะขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญไม่ได้ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบการปกครองของประเทศ ซึ่งตั้งแต่ พ.ศ. 2475 ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญแล้วทั้งสิ้น 20 ฉบับ รัฐธรรมนูญฉบสายการบินอินโดนีเซียเจ้าแรกที่เข้าร่วมกับ SkyTeam ค้นพบความมหัศจรรย์ของหาดจอมเทียนเมืองพัทยาประเทศไทย จอมเทียนซีไซด์เฮาส์ให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการที่หลากหลายแก่แขกของเราเพื่อการพักที่น่าจดจำในราคาที่สมเหตุสมผลDealer for New Exclusive Super Sport Cars Direct Delivery
boatshowchina.comexpolifestyle.com