ศาล รธน. มีมติรับคำร้อง 32 ส.ส.ถือหุ้นสื่อ จากทั้งหมด 41 คน ส่วนอีก 9 คนรอด The post ศาลรธน. รับคำร้อง 32 ส.ส.ถือหุ้นสื่อ ส่วนอีก 9 คนรอด appeared f

ศาลรธน. รับคำร้อง 32 ส.ส.ถือหุ้นสื่อ ส่วนอีก 9 คนรอด

อ่านข่าว ศาลรธน. รับคำร้อง 32 ส.ส.ถือหุ้นสื่อ ส่วนอีก 9 คนรอด

ข่าว ศาลรธน. รับคำร้อง 32 ส.ส.ถือหุ้นสื่อ ส่วนอีก 9 คนรอด

ข้อมูลศาลรธน. รับคำร้อง 32 ส.ส.ถือหุ้นสื่อ ส่วนอีก 9 คนรอด

ดูข่าว ศาลรธน. รับคำร้อง 32 ส.ส.ถือหุ้นสื่อ ส่วนอีก 9 คนรอด
หาข่าว ศาลรธน. รับคำร้อง 32 ส.ส.ถือหุ้นสื่อ ส่วนอีก 9 คนรอด
  • 2019-06-26 19:05:05 8 เดือนที่ผ่านมา
  • เปิดอ่าน 3,177
148
ถูกแชร์ทั้งหมด

ประเด็นน่าสนใจ

  • ศาล รธน. มีมติรับคำร้อง 32 ส.ส.ถือหุ้นสื่อ จากทั้งหมด 41 คน
  • ส.ส. 32 ราย ที่ถูกร้องเข้าข่ายถือหุ้นสื่อ ไม่ต้องหยุดพักการปฏิบัติหน้าที่
  • กรณ์- ปารีณา รอดเหตุไม่พบมีการถือหุ้นสื่อตามที่ถูกกล่าวหา

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (26 มิ.ย. 2562) ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการพิจารณาวินิจฉัยรับหรือไม่รับคำร้อง กรณีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ

หลังจากมีผู้ร้องว่า ส.ส.จำนวน 41 ราย เข้าข่ายขาดคุณสมบัติดำรงตำแหน่ง ส.ส. ตามมาตรา 98 (3) ที่บัญญัติลักษณะต้องห้ามของบุคคล ที่จะใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไว้ว่า เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ

ซึ่งจากการตรวจสอบจากเอกสารประกอบคำร้องของผู้ร้องแล้ว จึงมีมติรับพิจารณาวินิจฉัยคำร้อง ส.ส.จำนวน 32 ราย ที่เข้าข่ายถือหุ้นสื่อ แต่ไม่ต้องหยุดพักการปฏิบัติหน้าที่ เพราะเอกสารประกอบคำร้อง ไม่มีความชัดเจนว่า ผู้ถูกร้องประกอบธุรกิจใด

ขณะที่ 9 คนที่เหลือนั้น ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง เนื่องจากการตรวจสอบแล้วไม่พบว่ามีความเกี่ยวข้องกับกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนแต่อย่างใด

สำหรับ ส.ส. 9 คนที่รอดถูกยกคำร้องถือหุ้นสื่อครั้งนี้ ประกอบด้วย

  • นายศาสตรา ศรีปาน
  • นายสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์
  • น.ส.ภริม พูลเจริญ
  • น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์
  • นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์
  • นายจักรพันธ์ พรนิมิต
  • นายกรณ์ จาติกวณิช
  • นายประมวล พงศ์ถาวราเดช
  • นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์

The post ศาลรธน. รับคำร้อง 32 ส.ส.ถือหุ้นสื่อ ส่วนอีก 9 คนรอด appeared first on MThai News.

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้
ศาลรธน. รับคำร้อง 32 ส.ส.ถือหุ้นสื่อ ส่วนอีก 9 คนรอด

กรุงศรีเผย เงินบาทแข็งค่า หลัง กนง. มีมติคงดอกเบี้ยตามคาด จับตาบาทแข็งค่าเร็วเกินไป

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีความเห็นต่อผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) หลัง กนง. มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.75% ซึ่งเป็นการโหวตอย่างเป็นเอกฉันท์ติดกันเป็นครั้งที่ 3 ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าและซื้อขายแถวระดับ 30.75 ต่อดอลลาร์

โดยก่อนหน้านี้ ตลาดกังวลว่าอาจจะมีเสียงแตก เนื่องจากกรรมการบางท่านต้องการให้ลดดอกเบี้ย หลังจากเงินบาทแข็งค่าเร็วเกินไป นับตั้งแต่ต้นปี เงินบาทแข็งค่ามากกว่า 5% และเป็นสกุลเงินที่แข็งค่ามากกว่าสกุลอื่นๆ ในภูมิภาค

คณะกรรมการ กนง. ระบุว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้ โดยมีความกังวลในเรื่องการท่องเที่ยว ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ รวมทั้งอัตราแลกเปลี่ยน คณะกรรมการได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของภาคส่งออกปี 2562 ลงเหลือศูนย์ จากเดิม 3.0% ทำให้คาดการณ์การเติบโตของ GDP ปรับลงมาที่ 3.3% จากเดิมคาดไว้ที่ 3.8% ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังอยู่ที่ระดับ 1.0%

ทั้งนี้ คณะกรรมการแสดงความกังวลที่เงินบาทแข็งค่าเร็วเกินไป ซึ่งอาจไม่ได้สะท้อนปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ขณะที่ภาระหนี้ครัวเรือนอาจส่งผลกระทบต่อการบริโภคเอกชน และแนวโน้มการลงทุนภาคเอกชนขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งสะท้อนมุมมองเดิมที่กล่าวไว้ในการประชุมก่อนหน้านี้

คณะกรรมการกนง. มีกำหนดการประชุมรอบถัดไปในวันที่ 7 สิงหาคม 2562 ผลการลงมติในวันนี้แสดงให้เห็นถึงความกังวลเพิ่มขึ้นต่อความเสี่ยงด้านต่ำของการขยายตัวของเศรษฐกิจ คณะกรรมการยังย้ำถึงความกังวลในเรื่องผลกระทบจากการปล่อยให้ดอกเบี้ยอยู่ที่ระดับต่ำเป็นเวลานาน แม้ว่าคณะกรรมการเตือนถึงการแข็งค่ามากเกินไปของเงินบาท

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็สต์มีความเห็นว่า ยังไม่น่าเป็นได้ที่ทางการจะใช้ดอกเบี้ยนโยบายเป็นเครื่องมือในการบริหารค่าเงินบาทในช่วงนี้ และมองว่า คณะกรรมการ กนง. น่าจะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.75% ตลอดช่วงที่เหลือของปีนี้ แต่จะยังจับตาแนวโน้มอุปสงค์ในประเทศ ท่ามกลางผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่รุนแรงมากขึ้น และการเปลี่ยนทิศทางของดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ

The post กรุงศรีเผย เงินบาทแข็งค่า หลัง กนง. มีมติคงดอกเบี้ยตามคาด จับตาบาทแข็งค่าเร็วเกินไป appeared first on MThai News.

ขอหมายจับ 19 วินเถื่อนอุดมสุข พบผู้ร่วมก่อเหตุกว่า 120 คน

พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แถลงผลการจับกุมกลุ่มวินรถจักรยานยนต์ยกพวกก่อเหตุทะเลาะวิวาทที่ ซ.อุดมสุข จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากสาเหตุที่วินรถจักรยานยนต์รุ่งเรือง (หน้าธนาคาร) ซึ่งมี นายทนง เกิดแก้ว เป็นหัวหน้า ตั้งอยู่บริเวณปากซอยอุดมสุขโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง แต่ไม่มีการเรียกเก็บเงินจากสมาชิกวิน ส่วนวินรถจักรยานยนต์อุดมสุข 1 มี นายประมุข วิเชียรดิลกกุล เป็นหัวหน้า ได้รับอนุญาตตั้งวินถูกต้อง สมาชิกวินต้องเสียค่าแรกเข้า 3,500 บาท และค่าเสื้อวินเดือนละ 3,000 บาท ซึ่งวินรุ่งเรืองสามารถรับผู้โดยสารได้มากกว่าเนื่องจากจุดตั้งวินอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า ทำให้นายประมุขไม่พอใจ จึงวางแผนก่อเหตุโดยสั่งซื้อกระบองยางจากอินเทอร์เน็ตมาก่อนประมาณ 2 เดือน พร้อมกับนัดหมายสมาชิกวินของตนก่อเหตุดังกล่าว

พร้อมกันนี้ ผบช.น. ลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคดีนี้ทั้ง 5 จุดว่า จุดแรกบริเวณปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งใน ซ.อุดมสุข กลุ่มวินรถจักรยานยนต์ของนายประมุข (อุดมสุข 1) ได้รวมตัวกันจำนวน 16 คน ต่อมากลุ่มวินรถจักรยานยนต์ทั้ง 2 ฝ่ายยกพวกทะเลาะวิวาทบริเวณปากซอยอุดมสุข 1 ใช้กระบอง ไม้ มีด ขวาน และค้อนเป็นอาวุธ โดยมีกลุ่มของนายประมุข(อุดมสุข 1) จำนวน 21 คน และกลุ่มของนายทนง(รุ่งเรือง) จำนวน 10 คน รวม 31 คน ถัดมาบริเวณด้านหลังตลาดอุดมสุข เป็นจุดที่นายประมุข ถูกกลุ่มวินรุ่งเรืองรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ

จุดที่ 4 บริเวณอพาร์ทเม้นต์แห่งหนึ่งหลังตลาดอุดมสุข ขึ้นจุดที่ทั้งสองกลุ่มใช้เป็นเส้นทางเข้าออกชุมชนรุ่งเรือง เพื่อก่อเหตุดังกล่าว และจุดสุดท้ายบริเวณหน้าปากซอยไปดีมาดี ทางเข้าชุมชนรุ่งรือง เป็นจุดที่กลุ่มวินจ้กรยานยนต์ของนายประมุข ได้ติดตามมาทำร้ายกลุ่มของนายทนง ซึ่งเป็นจุดที่นายวันชัย มงคลเข็ม หรืออ้ำ (กลุ่มนายประมุข) ใช้ปืนยิงเข้าไปภายในชุมชนเป็นเหตุให้นายวีรวัฒน์ พึ่งครุฑ หรือกานต์ เสียชีวิตและมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 ราย

ทั้งนี้ สามารถสรุปจำนวนผู้เข้าร่วมก่อเหตุได้ทั้งสิ้น 127 คน แบ่งเป็นฝ่าย นายประมุข 84 คน (พิสูจน์ทราบแล้ว 37 คน) และฝ่ายนายทนง จำนวน 43 คน (พิสูจน์ทราบแล้ว 21 คน) ผู้เสียชีวิต 1 ราย ผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 5 ราย (ฝ่ายนายประมุข 2 ราย และฝ่ายนายทนง 3 ราย) ขณะเดียวกัน สามารถตรวจยึดอาวุธปืนขนาด .45 จำนวน 1 กระบอก อาวุธมีด 1 เล่ม ของฝ่ายนายทนง และกระบองยางยาวประมาณ 47 นิ้ว จำนวน 31 อัน และอาวุธปืน 9 มม. ของฝ่ายนายประมุข

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการออกหมายจับผู้ต้องหารวม 19 ราย ในความผิดฐาน”ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันพาอาวุธติดตัวไปในเมืองฯ, มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปฯ, ซ่องโจร” โดยเหลือเพียง นายฉัตรตระการ รื่นพิทักษ์ หรือ มัส ซึ่งอยู่ระหว่างติดตามจับกุม ส่วนการเรียกเก็บเงินรายเดือน จะมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลหรือไม่นั้น ผบช.น. ระบุว่า ยังอยู่ระหว่างการสืบสวน โดยหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมดต่อไป

 

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ Policenews

The post ขอหมายจับ 19 วินเถื่อนอุดมสุข พบผู้ร่วมก่อเหตุกว่า 120 คน appeared first on MThai News.

ADVERTISING
โฆษณาเว็บไซต์ - ผู้เข้าชม

อีซี่บร๊านเชสเน็ตเวิร์ค จะช่วยแบ่งปันข่าวสารหรือเนื้อหาต่างๆของคุณกับเครื่อข่ายของอีซี่บร๊านเชสที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลก

ลงประกาศ
โฆษณาโดยอีซี่บร้านเซส
Agency Sign-up Fill in the form and our consultants will contact you as soon as possible in order to give you all the information you need to sale, rent Your real estate, propertyนิตยสาร Sea Yachting ค้นพบโลกพิเศษของเรือยอชท์สุดหรูด้วยการออกแบบที่เหนือชั้นความสะดวกสบายและสไตล์รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เป็นกฎหมายลำดับศักดิ์สูงสุดแห่งราชอาณาจักรไทย กฎหมายอื่นใดจะขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญไม่ได้ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบการปกครองของประเทศ ซึ่งตั้งแต่ พ.ศ. 2475 ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญแล้วทั้งสิ้น 20 ฉบับ รัฐธรรมนูญฉบสายการบินอินโดนีเซียเจ้าแรกที่เข้าร่วมกับ SkyTeam ค้นพบความมหัศจรรย์ของหาดจอมเทียนเมืองพัทยาประเทศไทย จอมเทียนซีไซด์เฮาส์ให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการที่หลากหลายแก่แขกของเราเพื่อการพักที่น่าจดจำในราคาที่สมเหตุสมผลDealer for New Exclusive Super Sport Cars Direct Delivery
boatshowchina.comexpolifestyle.com